คัมภีร์ที่ 017 作战计划
Trading Plan คืออะไร? เขียนแผนเทรดยังไง มือใหม่ต้องมีอะไรบ้าง
《สร้างแผนการรบ — Trading Plan และจดหมายเหตุการศึก》


แม่ทัพสองคน กับแผนที่ผืนเดียว
คืนก่อนออกศึก ฮ่องเต้เรียกแม่ทัพสองคนเข้าท้องพระโรง แม่ทัพคนแรกกางแผนที่ ชี้ว่าจะยกทัพทางช่องเขาไหน ถ้าฝนตกจะถอยไปตั้งค่ายตรงไหน และถ้าถึงวันที่สามยังไม่เห็นธงข้าศึก แปลว่าข่าวกรองผิด ให้ถอยกลับทันที
แม่ทัพคนที่สองยืนขึ้น ตบอกดังปัง แล้วประกาศว่า "กระหม่อมจะชนะแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้สึกมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว"
ฮ่องเต้เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถามกลับสั้นๆ ว่า "แล้วเจ้าจะรู้ได้อย่างไร ว่าความรู้สึกของเจ้าผิด"
แม่ทัพคนที่สองตอบไม่ได้ กุนซือเฒ่าที่ยืนอยู่มุมห้องจึงเอ่ยขึ้นว่า แผนที่ดีไม่ใช่แผนที่บอกว่าจะชนะอย่างไร แต่คือแผนที่บอกล่วงหน้าว่า เมื่อใดที่เราคิดผิด และเมื่อนั้นเราจะทำอะไร
ฮองเฮาจดประโยคนั้นลงในสมุดของนางทันที และวันนี้จะยกสมุดเล่มนั้นมาให้น้องหญิงดูเอง
Trading Plan คือคำสั่งที่เจ้าเขียนถึงตัวเองในอนาคต
Trading Plan (แผนการเทรด) คือเอกสารสั้นๆ ที่เขียนไว้ตอนใจเย็น ว่าเจ้าจะเทรดอะไร เข้าเมื่อไร ออกเมื่อไร เสี่ยงเท่าไร และเมื่อไรที่ห้ามเทรด เขียนครั้งเดียวใช้ได้ทุกวัน ไม่ต้องเขียนใหม่ทุกไม้
เหตุผลที่ต้องมีก็ง่ายมาก คนที่ตัดสินใจตอนกราฟวิ่ง ไม่ใช่คนเดียวกับเจ้าตอนนี้ ตอนนี้เจ้าใจเย็น อ่านคัมภีร์อยู่กับกาแฟ แต่ตอนราคาพุ่ง เจ้าจะกลายเป็นคนที่หัวใจเต้นแรงและอยากได้เดี๋ยวนี้ แผนคือเสียงของเจ้าคนปัจจุบัน ที่ตะโกนบอกเจ้าคนที่กำลังจะพลาด
หัวใจของแผนที่มือใหม่มักลืมมีสองข้อ ข้อแรกคือ จุดที่แผนพัง หรือ Invalidation คือสัญญาณที่บอกว่าสิ่งที่เจ้าคิดไว้ไม่จริงแล้ว ต้องถอยทัพโดยไม่ต่อรอง ข้อสองคือ เวลาที่ห้ามเทรด เช่น ตอนลูกร้อง ตอนดึกเกินไป หรือตอนทะเลาะกับสามีมา
คู่แฝดของแผนคือ Journal (จดหมายเหตุการศึก) คือสมุดที่จดว่าไม้นี้เข้าเพราะอะไร ออกเพราะอะไร ทำตามแผนไหม และรู้สึกอย่างไร ถ้าไม่มีจดหมายเหตุ เจ้าจะแพ้ท่าเดิมซ้ำสิบปีโดยไม่รู้ตัว
ส่วน Backtest (เปิดพงศาวดารย้อนดูศึกเก่า) คือการเลื่อนกราฟย้อนหลังแล้วลองใช้เงื่อนไขในแผนกับราคาในอดีต ดูว่ากติกาชุดนี้เคยพาไปเจออะไรบ้าง ไม่ได้แปลว่าอนาคตจะซ้ำรอย แต่อย่างน้อยเจ้าจะได้เห็นว่าแผนของตัวเองหน้าตาเป็นอย่างไรเวลาแพ้ติดกันสี่ห้าไม้
- แผนเขียนตอนใจเย็น เพื่อสั่งตัวเองตอนใจร้อน
- ต้องมีจุดถอยทัพและเป้าหมายเป็นตัวเลขที่ชัด ไม่ใช่ความรู้สึก
- ต้องมีจุดที่แผนพัง คือเงื่อนไขที่บอกว่าเราคิดผิด
- ต้องมีเวลาที่ห้ามเทรด เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
- จดหมายเหตุคือสิ่งที่เปลี่ยนความผิดพลาดให้กลายเป็นวิชา
👑 แผนการศึกคือม้วนคัมภีร์ที่แม่ทัพต้องเขียนก่อนยกทัพ บอกไว้ครบว่ารบที่ไหน ยกกำลังเท่าไร ถอยตรงไหน และเมื่อใดที่ต้องยอมรับว่าข่าวกรองผิด ส่วนจดหมายเหตุการศึกคืออาลักษณ์ที่เดินตามหลังกองทัพ จดทุกอย่างไว้ให้ลูกหลานอ่าน รวมทั้งวันที่แม่ทัพทำพลาด
📚 Trading Plan คือชุดกฎที่กำหนดล่วงหน้าว่าจะเทรดตลาดใด กรอบเวลาใด เงื่อนไขเข้าคืออะไร จุด Stop Loss และ Take Profit วางอย่างไร เสี่ยงกี่เปอร์เซ็นต์ต่อไม้ และเงื่อนไขใดถือว่าแผนใช้ไม่ได้ ส่วน Journal คือบันทึกผลและเหตุผลของแต่ละไม้ เพื่อวัดว่าเจ้าทำตามแผนได้กี่เปอร์เซ็นต์
🧮 แผนของฮองเฮาเขียนว่า เสี่ยงไม่เกิน 1% ของพระคลังต่อไม้ พระคลัง 20,000 บาท จึงเสี่ยงได้ไม้ละ 200 บาท ถ้าจุดถอยทัพห่างจากจุดเข้า 20 จุด แปลว่าต้องเปิดขนาดที่ทำให้ 20 จุดนั้นเท่ากับ 200 บาทพอดี และเป้าต้องห่างอย่างน้อย 40 จุด เพื่อให้ได้ R:R 1:2
⚠️ แผนที่ยาวสามหน้าแล้วไม่เคยเปิดอ่าน แพ้แผนสั้นครึ่งหน้าที่เจ้าใช้จริงทุกวัน และอย่าแก้แผนกลางศึกเด็ดขาด ถ้าจะแก้ให้แก้ตอนตลาดปิดหรือวันหยุด พร้อมเหตุผลที่จดไว้ การขยับ Stop Loss หนีตอนกำลังขาดทุน ไม่ใช่การปรับแผน แต่คือการยกเลิกแผน
แบบฟอร์มแผนการศึกของฮองเฮา เก้าบรรทัดจบ
ฮองเฮาไม่ชอบแผนยาว เพราะแม่ที่มีลูกสองคนไม่มีเวลานั่งอ่านสามหน้าก่อนกดปุ่ม แผนของฮองเฮาจึงมีเก้าบรรทัด เขียนใส่กระดาษแผ่นเดียวแล้วแปะไว้ข้างจอ หรือถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือก็ได้
ลองดูตัวอย่างข้างล่างนี้ แล้วเปลี่ยนตัวเลขให้เป็นของเจ้าเอง ตลาดที่เจ้าเลือกอาจไม่ใช่ทอง เวลาที่เจ้าว่างอาจไม่ใช่ช่วงบ่าย ไม่มีแผนของใครเหมือนกัน เพราะชีวิตของแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน
สังเกตบรรทัดที่ชื่อ จุดที่แผนพัง ให้ดี บรรทัดนี้แหละที่แยกนักเทรดออกจากนักพนัน นักพนันมีแต่เหตุผลที่จะเข้า แต่ไม่มีเงื่อนไขที่จะยอมรับว่าตัวเองคิดผิด
และบรรทัดสุดท้ายคือสิ่งที่ต้องจดหลังศึก ฮองเฮาขอแค่สามอย่างพอ คือ ทำตามแผนหรือไม่ อารมณ์ตอนกดเป็นอย่างไร และถ้าย้อนเวลาได้จะทำอะไรต่างไป ไม่ต้องเขียนสวย เขียนสามบรรทัดในโน้ตมือถือก็พอ
| หัวข้อในแผนการศึก | ตัวอย่างของฮองเฮา |
|---|---|
| ตลาดที่เทรด | ทองคำ XAUUSD อย่างเดียว ไม่วิ่งไล่ตลาดอื่นในเดือนนี้ |
| Timeframe | ดูภาพใหญ่ที่ H4 หาจังหวะเข้าที่ M15 |
| เงื่อนไขเข้า | ราคาย่อลงมาที่แนวรับเดิม และแท่งเทียนปิดกลับขึ้น จึงเข้า BUY |
| จุดถอยทัพ (Stop Loss) | ใต้แนวรับนั้น 20 จุด ใส่ทุกไม้ไม่มีข้อยกเว้น |
| เป้า (Take Profit) | แนวต้านถัดไป และต้องห่างอย่างน้อย 2 เท่าของระยะ Stop Loss |
| ความเสี่ยงต่อไม้ | ไม่เกิน 1% ของพระคลัง พระคลัง 20,000 บาท คือเสี่ยงได้ 200 บาท |
| จุดที่แผนพัง | ราคาปิดต่ำกว่าแนวรับที่ H4 แปลว่าภาพที่คิดไว้ไม่จริง ออกทันทีไม่ต่อรอง |
| เวลาที่ห้ามเทรด | ตอนลูกร้อง หลังเที่ยงคืน ตอนอารมณ์ไม่ดี และวันที่แพ้ครบ 3 ไม้ติด |
| สิ่งที่ต้องจดหลังศึก | ทำตามแผนไหม อารมณ์ตอนกด และถ้าย้อนเวลาได้จะทำอะไรต่างไป |








ราชโองการ: จงกรอกจุดเข้า จุดถอยทัพ และเป้าของเจ้าลงในเครื่องคำนวณนี้ แล้วดูว่าอัตราส่วน R:R ออกมาเท่าไร ถ้าต่ำกว่า 1:1 ให้ถามตัวเองว่าเหตุใดจึงยอมเสี่ยงมากเพื่อได้น้อย แล้วลองขยับเป้าหรือหาจังหวะเข้าใหม่
แผนของแม่ ต้องเขียนเรื่องลูกไว้ในนั้นด้วย
แผนการเทรดของแม่ไม่เหมือนแผนของคนที่นั่งหน้าจอได้ทั้งวัน เพราะเวลาว่างของเจ้าไม่ได้ขึ้นกับตลาด แต่ขึ้นกับลูก ดังนั้นบรรทัด เวลาที่ห้ามเทรด จึงสำคัญพอๆ กับบรรทัดจุดเข้า
สมมติน้องหญิงว่างจริงแค่ 20.00 ถึง 21.00 น. หลังลูกหลับ ให้เขียนลงไปตรงๆ ว่าเทรดได้เฉพาะช่วงนี้ นอกเวลานี้ห้ามเปิดแอป และถ้าคืนไหนลูกไม่สบาย ให้ข้ามไปเลย ไม่ต้องรู้สึกผิด กราฟไม่ได้รอเรา แต่กราฟก็ไม่ได้หนีไปไหนเหมือนกัน
ส่วนกลางวันที่ต้องดูลูก ให้ใช้ Pending Order กับ Stop Loss แทนการเฝ้าจอ ตั้งไว้แล้ววางมือถือ นี่คือพฤติกรรมที่ถูกต้อง เพราะลูกต้องมาก่อนไม้เทรดเสมอ ไม่ว่าไม้นั้นจะสวยแค่ไหน
และถ้าคืนไหนเจ้าอยากดูซีรีส์มากกว่าดูกราฟ ก็ให้เขียนไว้ในแผนได้เลยว่าคืนนั้นเป็นวันหยุดของกองทัพ แม่ทัพที่พักผ่อนพอ ตัดสินใจดีกว่าแม่ทัพที่อดนอนเสมอ
ระหว่างถือไม้อยู่ ราคาวิ่งเข้าใกล้จุดถอยทัพที่วางไว้ ใจน้องหญิงบอกว่าเดี๋ยวมันคงกลับมา ควรทำอย่างไร
กับดักแรกคือเขียนแผนสวยงามแล้วไม่เคยเปิดอ่าน หลายคนใช้เวลาสองชั่วโมงทำตารางสวยๆ แล้ววันรุ่งขึ้นก็กดตามอารมณ์เหมือนเดิม แผนไม่ได้ทำงานตอนเขียน มันทำงานตอนเจ้าอ่านมันก่อนกดปุ่ม
กับดักที่สองคือแก้แผนทุกครั้งที่แพ้ ถ้าเจ้าเปลี่ยนกติกาหลังแพ้สองไม้ทุกครั้ง เจ้าจะไม่มีวันรู้เลยว่ากติกาไหนใช้ได้ เพราะไม่เคยมีอันไหนถูกทดสอบนานพอ ให้กำหนดไว้เลยว่าจะใช้แผนชุดนี้อย่างน้อย 20 ไม้ ค่อยมาทบทวนพร้อมจดหมายเหตุ
และข้อสำคัญที่สุด แผนที่ดีไม่ได้แปลว่ากำไรแน่นอน ไม่มีแผนใดในใต้หล้าที่รับประกันผลลัพธ์ได้ แผนมีไว้เพื่อให้ขาดทุนของเจ้าอยู่ในขนาดที่รับได้ และให้เจ้ายังมีพระคลังเหลือไว้เรียนรู้ในวันพรุ่งนี้ เท่านั้นเอง
สรุปคัมภีร์
- Trading Plan คือกฎที่เขียนตอนใจเย็น เพื่อสั่งตัวเองตอนใจร้อน
- แบบฟอร์มเก้าบรรทัด ตลาด, Timeframe, เงื่อนไขเข้า, จุดถอยทัพ, เป้า, ความเสี่ยงต่อไม้, จุดที่แผนพัง, เวลาที่ห้ามเทรด และสิ่งที่ต้องจด
- จุดที่แผนพัง (Invalidation) คือบรรทัดที่แยกนักเทรดออกจากนักพนัน
- Journal คือจดหมายเหตุการศึก ทำให้เจ้าเห็นความผิดซ้ำของตัวเองที่ความทรงจำชอบลบทิ้ง
- Backtest คือการย้อนดูพงศาวดาร ช่วยให้เห็นหน้าตาของแผนเวลาแพ้ติดกัน แต่ไม่ได้รับประกันอนาคต
- แผนไม่ได้ทำให้กำไรแน่นอน แต่ทำให้ขาดทุนอยู่ในขนาดที่เจ้ายังอยู่รอดได้
trading plan คืออะไร ต้องเขียนอะไรบ้าง
Trading Plan คือชุดกฎที่เขียนไว้ล่วงหน้าว่าจะเทรดตลาดอะไร กรอบเวลาไหน เข้าเมื่อไร ออกเมื่อไร และเสี่ยงเท่าไรต่อไม้ อย่างน้อยควรมีเก้าหัวข้อ คือตลาด กรอบเวลา เงื่อนไขเข้า จุด Stop Loss เป้า Take Profit ความเสี่ยงต่อไม้ จุดที่แผนพัง เวลาที่ห้ามเทรด และสิ่งที่ต้องจดหลังจบไม้ เขียนสั้นๆ หน้าเดียวแล้วใช้จริงดีกว่าเขียนยาวแล้วไม่เคยอ่าน
จดบันทึกการเทรดยังไง ต้องจดอะไรบ้าง
จดสามอย่างก็พอสำหรับมือใหม่ คือทำตามแผนหรือไม่ อารมณ์ตอนกดเป็นอย่างไร และถ้าย้อนเวลาได้จะทำอะไรต่างไป เพิ่มภาพหน้าจอตอนเข้าและตอนออกได้ยิ่งดี สิ่งที่ต้องวัดจริงๆ ไม่ใช่กำไรขาดทุน แต่คือเปอร์เซ็นต์ที่เจ้าทำตามแผนได้ เพราะกำไรควบคุมไม่ได้ แต่การทำตามแผนควบคุมได้
backtest คืออะไร มือใหม่จำเป็นต้องทำไหม
Backtest คือการย้อนดูราคาในอดีตแล้วลองใช้เงื่อนไขในแผนของเจ้ากับกราฟช่วงนั้น เพื่อดูว่ากติกาชุดนี้เคยเจอสถานการณ์แบบไหนบ้าง มือใหม่ไม่จำเป็นต้องทำละเอียดแบบมืออาชีพ แค่เลื่อนกราฟย้อนหลังสัก 20 ถึง 30 จังหวะก็ช่วยได้มาก ข้อควรจำคือผลในอดีตไม่ได้รับประกันผลในอนาคต
อ่านจบแล้วใช่ไหมน้องหญิง?
กดรับตราประทับ แล้วฮองเฮาจะบันทึกความก้าวหน้าให้
คำศัพท์จากคัมภีร์นี้
คัมภีร์นี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้