คัมภีร์ที่ 001 入宫前
เทรดหุ้นคืออะไร? ฮองเฮาอธิบายให้แม่บ้านเข้าใจใน 5 นาที
《การเทรดคืออะไร — ก้าวแรกเข้าประตูวัง》


เช้าวันแรกหน้าประตูวัง
เช้าวันหนึ่ง น้องหญิงยืนอยู่หน้าประตูวัง มือกำถุงเงินเล็กๆ ที่เก็บหอมรอมริบมาจากค่ากับข้าว ในใจมีคำถามเดียว "ที่เขาบอกว่าเทรดแล้วรวย มันคืออะไรกันแน่"
ฮองเฮาเดินออกมาต้อนรับ ไม่ได้ใส่มงกุฎ ใส่ผ้ากันเปื้อนเพราะเพิ่งป้อนข้าวองค์ชายเสร็จ "เข้ามาก่อนเจ้า เดี๋ยวพาไปดูตลาดหลวง"
ที่ตลาดหลวง พ่อค้าผ้าไหมคนหนึ่งซื้อผ้ามาตอนเช้าม้วนละ 100 ตำลึง พอสายๆ มีขุนนางมาแย่งกันซื้อ เขาขายไปม้วนละ 110 ตำลึง ยิ้มแป้น ส่วนพ่อค้าอีกคนซื้อมา 100 เหมือนกัน แต่บ่ายนั้นฝนตก ไม่มีใครซื้อ ต้องยอมขาย 90 ตำลึง หน้าเศร้า
"นั่นแหละเจ้า" ฮองเฮาชี้ "การเทรดทั้งหมดอยู่ในภาพนี้ ซื้อมาราคาหนึ่ง ขายไปอีกราคาหนึ่ง ส่วนต่างคือกำไรหรือขาดทุน ที่เหลือคือรายละเอียด"
น้องหญิงถามเบาๆ "แล้วพ่อค้าคนที่สองล่ะเพคะ เขาทำอะไรผิด" ฮองเฮายิ้ม "เขาไม่ได้ผิด เขาแค่ยังไม่รู้ว่าฝนจะตก และนั่นคือสิ่งที่ไม่มีใครในใต้หล้ารู้ล่วงหน้าเหมือนกัน"
การเทรดคือการซื้อ-ขายเพื่อเอาส่วนต่างราคา
การเทรด (Trading) แปลตรงตัวว่า "การซื้อขาย" ในโลกการเงินหมายถึงการซื้อสินทรัพย์อย่างหุ้น ทอง หรือเงินตราต่างประเทศ แล้วขายออกไปในเวลาไม่นาน เพื่อเอากำไรจากส่วนต่างของราคา
คำว่า "ไม่นาน" ยืดหยุ่นมาก บางคนถือไม่กี่นาที บางคนถือหลายวันหรือหลายสัปดาห์ แต่หัวใจเหมือนกันคือ เราสนใจ "ราคาที่เปลี่ยนไป" มากกว่าตัวสินค้า
สิ่งที่มือใหม่ต้องรู้ตั้งแต่บรรทัดแรกคือ ราคาวิ่งได้สองทาง ถ้าราคาไปทางที่เราคิด เราได้กำไร ถ้าไปอีกทาง เราขาดทุน ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า แม้แต่ฮองเฮา
ในบทนี้เราจะรู้จักตัวละครสี่ตัวที่จะอยู่กับเราตลอดทั้งวัง คือ ตลาด (Market) โบรกเกอร์ (Broker) พอร์ต (Portfolio) และตัวการเทรดเอง
- ตลาด (Market) = สถานที่ที่คนซื้อและคนขายมาเจอกัน ปัจจุบันอยู่ในแอปบนมือถือ ไม่ต้องเดินไปไหน
- โบรกเกอร์ (Broker) = นายหน้าที่รับคำสั่งจากเราไปส่งให้ตลาด เราซื้อเองตรงๆ ไม่ได้ ต้องผ่านเขา
- พอร์ต (Portfolio) = รวมทุกอย่างที่เราถืออยู่ ทั้งเงินสดและสินทรัพย์ ฮองเฮาเรียกว่า พระคลังส่วนตัว
- การเทรด (Trading) = การซื้อและขายเพื่อเอาส่วนต่าง โดยยอมรับว่าอาจได้หรือเสีย
การออกศึกในยุทธภพแห่งราคา น้องหญิงส่งทหารออกไปพร้อมราชทรัพย์จำนวนหนึ่ง ถ้าอ่านสนามรบถูก ก็เก็บชัยกลับวัง ถ้าอ่านผิด ก็ต้องถอยทัพและเสียเสบียงไปบ้าง แม่ทัพที่ดีไม่ใช่คนที่ชนะทุกศึก แต่คือคนที่ยังมีกองทัพเหลืออยู่หลังศึกที่แพ้
Trading คือการซื้อและขายสินทรัพย์ทางการเงิน (หุ้น ทองคำ คู่เงิน คริปโต ฯลฯ) ผ่านโบรกเกอร์ โดยมีเป้าหมายทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาในระยะสั้นถึงกลาง ผลลัพธ์ของแต่ละครั้งไม่แน่นอน กำไรหรือขาดทุนจะ "จริง" ก็ต่อเมื่อปิดการซื้อขายแล้วเท่านั้น
น้องหญิงซื้อหุ้น ก. จำนวน 100 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 10 บาท ใช้เงิน 1,000 บาท สามวันต่อมาราคาขึ้นเป็น 11 บาท ขายทั้งหมดได้ 1,100 บาท กำไร 100 บาท (ก่อนหักค่าธรรมเนียม) แต่ถ้าราคาลงเป็น 9 บาทแล้วน้องหญิงขาย ก็จะได้ 900 บาท ขาดทุน 100 บาท เงินเท่ากัน ทิศทางต่างกัน ผลก็กลับด้าน
อย่าเชื่อใครที่บอกว่า "เทรดแล้วได้กำไรทุกวัน" หรือ "ไม่มีทางเสีย" ไม่มีใครในใต้หล้ารู้ราคาพรุ่งนี้ การเทรดคือเกมของความน่าจะเป็น ไม่ใช่เกมของความแน่นอน และคนที่ได้เงินแน่ๆ ในทุกการซื้อขายมีอยู่คนเดียวคือโบรกเกอร์ที่เก็บค่าธรรมเนียม
ตัวอย่างจริง: ผ้าไหมสองม้วนกับหุ้นหนึ่งตัว
มาแปลงเรื่องพ่อค้าผ้าไหมเป็นตัวเลขจริงกัน สมมติน้องหญิงมีเงินทดลอง 1,000 บาท และเห็นหุ้นตัวหนึ่งราคา 10 บาท
ซื้อได้ 100 หุ้น จากนั้นเกิดเหตุการณ์ได้สามแบบ ราคาขึ้น ราคาลง หรือราคาอยู่ที่เดิม ลองดูตารางว่ากระเป๋าเงินเปลี่ยนไปอย่างไร
สังเกตว่าบรรทัดสุดท้ายน่ากลัวกว่าบรรทัดแรกน่าดีใจ นี่คือเหตุผลที่ทั้งวังนี้จะพูดเรื่อง "รักษาพระคลัง" บ่อยกว่าเรื่อง "หากำไร" และค่าธรรมเนียมเล็กๆ ที่โบรกเกอร์เก็บทุกครั้ง แม้ราคาเท่าเดิมก็โดน ฮองเฮาเรียกมันว่าโจรค่าธรรมเนียม จะได้เจอตัวจริงในคัมภีร์ที่ 6
| เหตุการณ์ | ราคาขาย | เงินที่ได้กลับ | กำไร/ขาดทุน |
|---|---|---|---|
| ราคาขึ้น 10% | 11 บาท | 1,100 บาท | +100 บาท |
| ราคาเท่าเดิม | 10 บาท | 1,000 บาท | 0 บาท (แต่เสียค่าธรรมเนียม) |
| ราคาลง 10% | 9 บาท | 900 บาท | -100 บาท |
| ราคาลง 30% | 7 บาท | 700 บาท | -300 บาท |








ภารกิจแรกของน้องหญิง: ก่อนจะซื้อหรือขาย แม่ทัพต้องมองแผนที่สนามรบให้ออกก่อนว่าราคากำลังเดินขึ้น เดินลง หรือเดินวนอยู่กับที่ ลองดูแผนที่ตรงหน้าแล้วบอกฮองเฮาว่าราคากำลังไปทางไหน ไม่ต้องกลัวผิด สนามซ้อมนี้ไม่มีใครเสียเงิน
มีเวลาตอนลูกหลับ 30 นาที ควรทำอะไร
คืนหนึ่ง องค์ชายหลับตอนสามทุ่ม น้องหญิงมีเวลาเงียบๆ 30 นาทีก่อนจะหมดแรง ในหัวมีสองทาง หนึ่งคือเปิดแอปแล้วซื้ออะไรสักอย่างเลย สองคือเปิดคัมภีร์บทนี้ให้จบ
ฮองเฮาเลือกทางที่สองมาก่อน และอยากให้เจ้าเลือกเหมือนกัน 30 นาทีแรกๆ ของชีวิตนักเทรด ใช้อ่าน ใช้ดู ใช้ทำความเข้าใจ ยังไม่ต้องใช้เงินจริงแม้แต่บาทเดียว
ถ้าคันไม้คันมืออยากลอง ให้ลองในสนามซ้อมรบ (บัญชี Demo ที่ใช้เงินปลอม) ซึ่งจะเจอในคัมภีร์ที่ 3 ลูกหลับ 30 นาที ไม่ใช่เวลาสำหรับตัดสินใจเรื่องเงินตอนสมองล้า
และถ้าองค์ชายตื่นกลางคันขณะเจ้ากำลังอ่าน ปิดแอปไปเลยเจ้า คัมภีร์รอได้ ลูกไม่รอ 😂
พ่อค้าผ้าไหมซื้อผ้ามาม้วนละ 100 ตำลึง แล้วฝนตก ต้องขายไป 90 ตำลึง ถามว่าเขากำลังทำอะไร
คลิปที่บอกว่า "แม่บ้านเทรดวันละชั่วโมง ได้เดือนละแสน" มีอยู่เต็มไปหมด ฮองเฮาขอพูดตรงๆ ว่า คนที่ทำได้จริงมีน้อยมาก และคนที่พูดแบบนั้นมักจะมีคอร์สขายอยู่ข้างหลัง
สถิติจากหน่วยงานกำกับดูแลหลายประเทศบอกตรงกันว่า นักเทรดรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุนในปีแรก ไม่ใช่เพราะโง่ แต่เพราะเข้าสนามรบก่อนจะรู้จักแผนที่
บทนี้ไม่ได้บอกให้เจ้ากลัว แต่บอกให้เจ้าเดินเข้าวังด้วยตาที่เปิดกว้าง ถ้าใครรับประกันกำไรให้เจ้า ให้ถือถุงเงินแน่นๆ แล้วเดินหนี
สรุปคัมภีร์
- การเทรด = ซื้อสินทรัพย์แล้วขายออกในเวลาไม่นาน เพื่อเอากำไรจากส่วนต่างราคา
- ราคาไปได้สองทาง ได้กำไรก็ได้ ขาดทุนก็ได้ ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า
- ตลาด (Market) คือที่คนซื้อกับคนขายมาเจอกัน วันนี้อยู่ในแอปมือถือ
- โบรกเกอร์ (Broker) คือคนกลางที่ส่งคำสั่งให้เรา และเก็บค่าธรรมเนียมทุกครั้ง เลือกที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
- พอร์ต (Portfolio) หรือพระคลังส่วนตัว คือทุกอย่างที่เราถืออยู่ หน้าที่แรกของนักเทรดคือรักษามัน
- ก้าวแรกไม่ใช่การซื้อ แต่คือการเข้าใจว่าเรากำลังเล่นเกมอะไร
เทรดหุ้นคืออะไร ต่างจากเล่นหุ้นไหม
เป็นคำเดียวกันในภาษาพูด "เล่นหุ้น" คือคำไทยที่ใช้เรียกการซื้อขายหุ้นเพื่อเอาส่วนต่างราคา ส่วน "เทรด" มาจากภาษาอังกฤษ Trade ใช้กับทุกตลาด ทั้งหุ้น ทอง คู่เงิน และคริปโต ฮองเฮาเลี่ยงคำว่า "เล่น" เพราะมันทำให้เราลืมว่านี่คือเงินจริง
มือใหม่เริ่มเทรดหุ้นยังไง ต้องเรียนอะไรก่อน
เริ่มจากเข้าใจสามอย่าง คือ เทรดคืออะไร เสียเงินได้อย่างไร และเราจะควบคุมความเสียหายอย่างไร (คัมภีร์ที่ 1–3 ของวังนี้) จากนั้นค่อยเปิดบัญชีทดลอง (Demo) ฝึกส่งคำสั่งด้วยเงินปลอม ก่อนจะคิดเรื่องเงินจริง อย่ารีบ ตลาดเปิดทุกวัน มันไม่หนีไปไหน
โบรกเกอร์คืออะไร ต้องมีไหม เลือกยังไง
โบรกเกอร์คือบริษัทนายหน้าที่รับคำสั่งซื้อขายจากเราไปส่งให้ตลาด บุคคลทั่วไปซื้อหุ้นตรงจากตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้ จึงต้องมีโบรกเกอร์เสมอ สำหรับหุ้นไทยให้เลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ส่วนตลาดต่างประเทศให้ตรวจสอบใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศนั้น และระวังโบรกเกอร์ที่ทักมาชวนทางแชทเป็นพิเศษ
อ่านจบแล้วใช่ไหมน้องหญิง?
กดรับตราประทับ แล้วฮองเฮาจะบันทึกความก้าวหน้าให้
คำศัพท์จากคัมภีร์นี้
คัมภีร์นี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้