คัมภีร์ที่ 003 入宫前
เริ่มเทรดต้องใช้เงินเท่าไหร่? เสียเงินได้ไหม? ฮองเฮาตอบตรงๆ
《เราเสียเงินได้ไหม และควรใช้เงินแบบไหนมาทดลอง》


หีบสามใบในห้องพระคลัง
บ่ายวันหนึ่ง ฮองเฮาพาน้องหญิงเดินเข้าห้องพระคลัง ในนั้นมีหีบไม้วางเรียงกันสามใบ ใบแรกใหญ่ที่สุด ใบที่สองขนาดกลาง ส่วนใบที่สามเล็กนิดเดียวเท่าฝ่ามือ
"ใบแรกคือค่ากับข้าวทั้งวัง ค่าเทอมองค์ชาย ค่ายา ค่าไฟ" ฮองเฮาเคาะฝาหีบเบาๆ "ใบนี้แตะไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้ฮ่องเต้สั่งก็ไม่ได้ เพราะถ้าใบนี้หาย คนทั้งวังอดข้าว"
"ใบที่สองคือเสบียงยามฉุกเฉิน ไว้ใช้ตอนหลังคารั่วหรือลูกไข้ขึ้นกลางดึก" ฮองเฮาพูดต่อ "ใบนี้ก็แตะไม่ได้ เพราะเรื่องฉุกเฉินไม่เคยส่งจดหมายบอกล่วงหน้า"
แล้วฮองเฮาก็เปิดฝาหีบใบที่สาม ข้างในมีเหรียญอยู่ไม่กี่เหรียญ "นี่คือเงินที่ถ้าหายไปทั้งหมดคืนนี้ พรุ่งนี้ทั้งวังยังกินข้าวได้ตามปกติ ฮองเฮาจะเสียดายสักสองวัน แล้วชีวิตก็เดินต่อ"
น้องหญิงถามเบาๆ "แล้วเราออกศึกด้วยหีบใบไหนเพคะ" ฮองเฮาตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด "ใบที่สามเท่านั้นเจ้า และก่อนจะแตะใบที่สาม ยังมีสนามซ้อมรบที่ใช้เงินปลอมให้ซ้อมฟรีอีกด้วย"
ตอบตรงๆ ว่าเสียได้ และมือใหม่ส่วนใหญ่ก็เสียจริง
คำถามที่น้องหญิงถามฮองเฮามากที่สุดคือ "เทรดแล้วเสียเงินได้ไหม" คำตอบสั้นๆ คือ ได้ และเสียได้ทั้งก้อนที่ใส่เข้าไปด้วย ใครบอกเจ้าว่าไม่มีทางเสีย คนนั้นกำลังจะขายอะไรบางอย่างให้เจ้า
มือใหม่ส่วนใหญ่ขาดทุนในช่วงปีแรก ไม่ใช่เพราะโง่ แต่เพราะเข้าสนามรบก่อนจะรู้จักแผนที่ ฮองเฮาเองก็อยู่ในกลุ่มนั้นมาก่อน และเสียเงินก้อนแรกไปโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสียเพราะอะไร
เพราะแบบนี้ คำถามที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ "จะได้เท่าไหร่" แต่คือ "ถ้าเสียหมด ชีวิตเจ้าจะเปลี่ยนไหม" ถ้าคำตอบคือเปลี่ยน แปลว่าเงินก้อนนั้นยังไม่ควรออกศึก
ราชทรัพย์ (Capital) คือเงินทุนที่เราเอามาใช้เทรด ส่วนวิชารักษาพระคลัง (Risk Management) คือกฎที่เรากำหนดไว้ก่อนว่าจะยอมเสียได้มากที่สุดเท่าไหร่ สองอย่างนี้ต้องมาก่อนการกดปุ่มซื้อเสมอ
และก่อนถึงเงินจริง โบรกเกอร์ทุกเจ้ามีสนามซ้อมรบให้ นั่นคือบัญชีทดลอง (Demo Account) ที่ใช้เงินปลอมแต่ราคาจริง เปิดฟรี ไม่ต้องโอนเงิน ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น
- เงินที่ใช้เทรดได้ = เงินที่หายไปทั้งก้อนแล้วชีวิตประจำวันไม่เปลี่ยน
- เงินที่ห้ามใช้ = ค่ากับข้าว ค่าเทอมลูก เงินสำรองฉุกเฉิน เงินที่ยืมมา บัตรเครดิต และเงินกู้ทุกชนิด
- ไม่มีตัวเลขทุนขั้นต่ำที่ทำให้ปลอดภัย ความปลอดภัยอยู่ที่แหล่งที่มาของเงิน ไม่ใช่จำนวนเงิน
- บัญชีทดลอง (Demo) ฟรีและใช้ได้ไม่จำกัด ควรซ้อมอย่างน้อยสองสามสัปดาห์ก่อนคิดเรื่องเงินจริง
Demo คือสนามซ้อมรบหลังวัง ทหารเป็นหุ่นฟาง ดาบเป็นไม้ ล้มกี่ครั้งก็ลุกได้ ส่วน Live คือสนามรบจริงที่ราชทรัพย์ออกจากพระคลังจริง เลือดที่เสียคือเลือดของเราเอง แม่ทัพที่ดีจะซ้อมจนท่าอยู่ตัวก่อน แล้วค่อยขี่ม้าออกประตูวัง
Demo Account คือบัญชีจำลองที่โบรกเกอร์เปิดให้ใช้ฟรี ใช้ราคาตลาดจริงแต่เงินเป็นเงินสมมติ ใช้ฝึกส่งคำสั่ง ตั้งจุดตัดขาดทุน และทดสอบแผนได้โดยไม่เสียเงินจริง ส่วน Live Account คือบัญชีที่ผูกกับเงินจริงของเรา กำไรและขาดทุนเกิดขึ้นจริงกับพระคลังของเรา ข้อแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่ราคา แต่คืออารมณ์ เพราะใน Demo เราไม่กลัว แต่ใน Live เรากลัว และความกลัวทำให้คนละเมิดแผนของตัวเอง
น้องหญิงเปิดบัญชีทดลองในวันจันทร์ ระบบให้เงินสมมติมา 10,000 ดอลลาร์ ซ้อมสองสัปดาห์ ส่งคำสั่ง 30 ครั้ง ผิดบ้างถูกบ้าง เสียเงินสมมติไป 1,200 ดอลลาร์ แต่เสียเงินจริง 0 บาท จากนั้นเมื่อเปิดบัญชีจริง น้องหญิงเริ่มด้วยเงินที่หายได้ 3,000 บาท และตั้งกฎว่าเสียได้ไม่เกินครั้งละ 2% คือ 60 บาท ตัวเลข 60 บาทดูน้อยมาก คิดเป็นเงินดอลลาร์แค่ประมาณ 2 ดอลลาร์เท่านั้น และนั่นคือความจริงที่มือใหม่ต้องยอมรับ ทุนน้อยแปลว่าต้องเทรดขนาดเล็กมาก ไม่ใช่แปลว่าให้เสี่ยงหนักขึ้นเพื่อให้ทันใจ
อย่าหลงกำไรใน Demo เจ้า กำไร 40% ในสนามซ้อมไม่ได้แปลว่าเจ้าพร้อมออกศึก เพราะในสนามซ้อมไม่มีมือสั่น ไม่มีคืนที่นอนไม่หลับ และไม่มีเสียงในหัวที่บอกว่า "เอาคืนสักไม้" ที่สำคัญ ห้ามเติมเงินเข้าบัญชีจริงเพียงเพราะเพิ่งเสียไป การเติมเงินเพื่อเอาคืนคือทางลงเขาที่ชันที่สุดในวังนี้
ตัวอย่างจริง: บททดสอบ 3,000 บาทที่หายไปแล้วไม่กระทบชีวิต
ฮองเฮามีบททดสอบง่ายๆ ที่ใช้กับน้องหญิงทุกคน ให้เจ้าลองนึกภาพว่าคืนนี้เงินก้อนที่คิดจะเอามาเทรด หายไปทั้งหมด ไม่เหลือแม้แต่บาทเดียว
แล้วถามตัวเองสามคำถาม พรุ่งนี้ยังมีค่ากับข้าวไหม เดือนหน้ายังจ่ายค่าเทอมลูกได้ไหม และต้องโกหกใครในบ้านหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือ มี ได้ และไม่ต้องโกหก เงินก้อนนั้นผ่านบททดสอบ
สำหรับหลายบ้าน ตัวเลขนี้คือ 3,000 บาท บางบ้านคือ 1,000 บาท บางบ้านคือ 0 บาทในเดือนนี้ และ 0 บาทก็เป็นคำตอบที่ถูกต้องเหมือนกัน เดือนนี้ซ้อมใน Demo ไปก่อน ตลาดไม่ได้จะปิดหนีไปไหน
ลองดูตารางว่าเงินแต่ละกองในบ้านของเรา ควรออกศึกได้หรือไม่
สังเกตว่าไม่มีบรรทัดไหนเลยที่ฮองเฮาเขียนว่า "ใช้ได้ถ้ามั่นใจ" เพราะความมั่นใจไม่ใช่หลักประกัน และตลาดไม่เคยถามว่าเรามั่นใจแค่ไหน
| แหล่งเงิน | ใช้เทรดได้ไหม | เหตุผลของฮองเฮา |
|---|---|---|
| เงินเก็บที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายและเงินสำรองแล้ว | ได้ | หายไปแล้วชีวิตประจำวันไม่เปลี่ยน นี่คือหีบใบที่สาม |
| เงินค่ากับข้าวประจำเดือน | ไม่ได้ | ถ้าหาย คนทั้งบ้านได้รับผลกระทบทันทีในสัปดาห์นี้ |
| ค่าเทอมลูกที่ต้องจ่ายเทอมหน้า | ไม่ได้ | มีกำหนดจ่ายแน่นอน เงินที่มีวันครบกำหนดห้ามเอาไปเสี่ยง |
| เงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เดือน | ไม่ได้ | เรื่องฉุกเฉินไม่ส่งจดหมายบอกล่วงหน้า |
| เงินยืมญาติ บัตรเครดิต หรือเงินกู้ | ไม่ได้เด็ดขาด | ขาดทุนแล้วยังต้องจ่ายดอกเบี้ยต่อ เป็นการเสียสองชั้น |
| เงินสมมติในบัญชีทดลอง (Demo) | ได้เต็มที่ | เสียเท่าไหร่ก็ไม่เจ็บ เจ็บแต่ศักดิ์ศรี ซึ่งฟรี |








ภารกิจของน้องหญิง: ก่อนออกศึกทุกครั้ง แม่ทัพต้องรู้ล่วงหน้าว่ายอมเสียเสบียงได้มากที่สุดเท่าไหร่ ลองใส่ราชทรัพย์ที่เจ้าคิดจะใช้ แล้วเลือกเปอร์เซ็นต์ที่ยอมเสียต่อหนึ่งศึก (มือใหม่ให้ใช้ 1-2%) แล้วดูว่าตัวเลขที่ออกมาคือขีดจำกัดของเจ้า ห้ามเกินแม้แต่บาทเดียว
สามีให้เงินใช้เดือนละ 20,000 บาท จะแบ่งมาเทรดเท่าไหร่
น้องหญิงคนหนึ่งเขียนมาถามฮองเฮาว่า สามีให้เงินใช้เดือนละ 20,000 บาท อยากลองเทรด ควรแบ่งมาเท่าไหร่ดี
ฮองเฮาให้เรียงลำดับแบบนี้ ค่ากับข้าวและค่าใช้จ่ายของลูกก่อน เก็บเงินสำรองก่อน ถ้าหลังจากนั้นยังเหลือ ค่อยดูว่าเหลือเท่าไหร่ สมมติเหลือ 1,000 บาท ก็แบ่งมาได้ไม่เกิน 1,000 บาท และไม่ต้องใส่ทั้งหมดในเดือนแรกด้วย
ที่สำคัญกว่าตัวเลขคือ ต้องคุยกับสามีให้รู้เรื่อง เงินที่ต้องแอบใช้ คือเงินที่จะทำให้เจ้าตัดสินใจแย่ที่สุด เพราะเวลาขาดทุน เจ้าจะไม่กล้ายอมรับ แล้วจะถลำลึกเพื่อปิดบัง
และถ้าเดือนนี้หักทุกอย่างแล้วเหลือศูนย์ ก็เปิดบัญชีทดลองซ้อมไปก่อนเจ้า ไม่ต้องรู้สึกผิด การรอให้พร้อมไม่ใช่ความขี้ขลาด มันคือวิชารักษาพระคลังบทแรก
น้องหญิงอยากเริ่มเทรด มีเงินสี่ก้อนให้เลือก ก้อนไหนที่ฮองเฮาอนุญาตให้เอามาออกศึก
ฮองเฮาเห็นน้องหญิงหลายคนเริ่มด้วยเงินกู้หรือบัตรเครดิต เพราะคิดว่าจะได้คืนภายในเดือนเดียว ขอพูดตรงๆ ว่าตลาดไม่มีปฏิทินของเจ้า ราคาไม่รู้ว่าเจ้าต้องจ่ายหนี้วันที่ 5 และมันไม่สนใจด้วย
เมื่อมีกำหนดเวลาบีบ เราจะตัดสินใจแย่ลงทันที เราจะรีบ เราจะใส่ขนาดใหญ่เกินตัว เราจะไม่ยอมตัดขาดทุน นี่คือวงจรที่ทำให้เงินก้อนแรกกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่
อีกกับดักคือ เห็นตัวเลขใน Demo สวยแล้วรีบโอนเงินจริงก้อนใหญ่ตาม จำไว้เจ้า Demo กับ Live คนละสนามกัน ราคาเหมือนกันก็จริง แต่หัวใจของคนกดปุ่มไม่เหมือนกันเลย และหัวใจนี่แหละที่ทำให้แผนพัง ไม่ใช่กราฟ
สรุปคัมภีร์
- เทรดแล้วเสียเงินได้จริง และเสียได้ทั้งก้อน มือใหม่ส่วนใหญ่ขาดทุนในช่วงแรก
- ใช้ได้เฉพาะเงินที่หายไปทั้งหมดแล้วชีวิตประจำวันไม่เปลี่ยน คือหีบใบที่สามเท่านั้น
- ห้ามใช้ค่ากับข้าว ค่าเทอมลูก เงินสำรองฉุกเฉิน และห้ามใช้เงินยืมหรือบัตรเครดิตเด็ดขาด
- บัญชีทดลอง (Demo Account) เปิดฟรี ใช้ราคาจริงแต่เงินปลอม ซ้อมให้มืออยู่ตัวก่อนเสมอ
- บททดสอบง่ายๆ คือ ถ้าเงินก้อนนี้หายคืนนี้ พรุ่งนี้ยังมีค่ากับข้าวไหม และต้องโกหกใครในบ้านหรือเปล่า
- ทุนน้อยแปลว่าต้องเทรดขนาดเล็กมาก ไม่ใช่แปลว่าให้เสี่ยงหนักขึ้นเพื่อให้ทันใจ
เริ่มเทรดต้องใช้เงินเท่าไหร่
ไม่มีตัวเลขมาตรฐาน เพราะสิ่งที่สำคัญคือแหล่งที่มาของเงิน ไม่ใช่จำนวน ใช้เฉพาะเงินที่หายไปทั้งก้อนแล้วชีวิตประจำวันไม่เปลี่ยน สำหรับหลายครอบครัวคือ 1,000-3,000 บาท และถ้าเดือนนี้ยังไม่เหลือเลย ให้ซ้อมในบัญชีทดลองที่ฟรีไปก่อน ตลาดเปิดทุกวันและไม่หนีไปไหน
บัญชี Demo ฟรีจริงไหม ต่างจากบัญชีจริงอย่างไร
ฟรีจริง โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตแทบทุกเจ้าเปิดให้ใช้โดยไม่ต้องโอนเงิน บัญชี Demo ใช้ราคาตลาดจริงแต่เงินเป็นเงินสมมติ ความต่างที่ใหญ่ที่สุดคืออารมณ์ เพราะเวลาเสียเงินปลอมเราไม่กลัว แต่เวลาเสียเงินจริงเราจะรีบ จะลังเล และจะละเมิดแผนตัวเอง ดังนั้นกำไรใน Demo จึงยังไม่ใช่หลักประกันว่าจะทำได้ในบัญชีจริง
ใช้เงินกู้หรือบัตรเครดิตมาเทรดได้ไหม
ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะถ้าขาดทุน เจ้าจะเสียสองชั้น คือเสียเงินต้นแล้วยังต้องจ่ายดอกเบี้ยต่อไปอีก ที่แย่กว่านั้นคือหนี้มีกำหนดชำระ ทำให้เจ้าถูกบีบให้รีบทำกำไร แล้วเสี่ยงหนักเกินตัวจนเสียเร็วขึ้น เงินที่ใช้เทรดควรเป็นเงินที่ไม่มีใครรออยู่ปลายทางเท่านั้น
อ่านจบแล้วใช่ไหมน้องหญิง?
กดรับตราประทับ แล้วฮองเฮาจะบันทึกความก้าวหน้าให้
คำศัพท์จากคัมภีร์นี้
คัมภีร์นี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้