คัมภีร์ที่ 014 守库之术
Risk Management คืออะไร? เสี่ยงกี่ % ต่อไม้ คำนวณ Position Size ยังไง
《อย่าเอาราชทรัพย์ทั้งหมดออกศึก — Risk ต่อไม้และ Position Size》


ฮ่องเต้ผู้ส่งกองทัพทั้งหมดออกไปในคราวเดียว
ในพงศาวดารเก่ามีบันทึกถึงฮ่องเต้พระองค์หนึ่ง ผู้ได้ข่าวว่าเมืองชายแดนกำลังอ่อนแอ พระองค์ดีพระทัยมาก จึงสั่งให้ระดมทหารทั้งแผ่นดินออกไปตีในคราวเดียว
กุนซือเฒ่าคุกเข่าทัดทาน "ฝ่าบาท ถ้าศึกนี้พลาด เราจะไม่มีทหารเหลือไว้ป้องกันวังเลยแม้แต่นายเดียวพ่ะย่ะค่ะ"
ฮ่องเต้ตอบว่า "ก็ในเมื่อข้ามั่นใจว่าชนะ จะเหลือทหารไว้ทำไม"
ศึกนั้นแพ้ ไม่ใช่เพราะข่าวผิด แต่เพราะฝนตกหนักผิดฤดูจนม้าเดินไม่ได้ เรื่องที่ไม่มีใครคำนวณไว้ล่วงหน้า และเมื่อกองทัพแตกพ่าย ก็ไม่มีใครเหลือให้ระดมอีกแล้ว
ฮองเฮาปิดพงศาวดารแล้วบอกน้องหญิงว่า "เจ้าจะคิดถูกกี่ครั้งไม่สำคัญเท่ากับว่า ตอนเจ้าคิดผิด เจ้าเหลือทหารพอจะออกรบพรุ่งนี้หรือเปล่า วิชานี้แหละที่สำคัญที่สุดในวังทั้งวัง"
Risk ต่อไม้ คือเพดานความเสียหายที่เจ้ากำหนดเอง
Risk per Trade (ความเสี่ยงต่อไม้) คือจำนวนเงินสูงสุดที่เจ้ายอมเสียได้ในหนึ่งไม้ นับเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินในบัญชี ไม่ใช่ตัวเลขที่คิดสดๆ ตอนอยู่หน้าจอ
ธรรมเนียมที่นักเทรดใช้กันคือ 1% ต่อไม้ บางคนอนุรักษ์กว่านั้นใช้ 0.5% ตัวเลขนี้ฟังดูน้อยจนน่าเบื่อ แต่ความน่าเบื่อนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เจ้ายังอยู่ในเกม
ถ้าน้องหญิงมีเงินในบัญชี 10,000 บาท เสี่ยงไม้ละ 1% แปลว่าไม้หนึ่งเจ้ายอมเสียได้มากที่สุด 10,000 × 1% = 100 บาท ไม่ว่าไม้นั้นจะดูดีแค่ไหน ไม่ว่ากุนซือทุกคนจะเห็นตรงกันแค่ไหน เพดานยังคงเป็น 100 บาท
แล้วจาก 100 บาทนี้ เจ้าจะซื้อได้กี่หน่วย นั่นคือหน้าที่ของ Position Size (ขนาดสถานะ) และมันคำนวณได้ตรงๆ ไม่ต้องเดา
สูตรคือ ขนาดสถานะ = จำนวนเงินที่ยอมเสีย ÷ ระยะ stop ที่คิดเป็นเงินต่อหนึ่งหน่วย
สังเกตให้ดีว่าลำดับการคิดกลับหัวกับที่มือใหม่ส่วนใหญ่ทำ มือใหม่ถามว่า ฉันจะซื้อกี่หุ้นดี แล้วค่อยดูว่าเสี่ยงเท่าไร ส่วนคนที่รักษาพระคลังเป็น จะกำหนดเงินที่ยอมเสียก่อน หาจุดถอยทัพจากกราฟ แล้วให้คณิตศาสตร์เป็นคนบอกว่าซื้อได้กี่หน่วย
- Risk ต่อไม้ = เปอร์เซ็นต์ของบัญชีที่ยอมเสียในไม้เดียว มาตรฐานคือ 1% หรือน้อยกว่า
- จากบัญชี 10,000 บาท ที่ 1% = ยอมเสียได้ไม้ละ 100 บาท
- Position Size = เงินที่ยอมเสีย ÷ ระยะ stop ต่อหนึ่งหน่วย
- คิดตามลำดับ เงินที่ยอมเสีย แล้ว จุดถอยทัพ แล้วจึง ขนาดไม้ ไม่ใช่กลับกัน
👑 ก่อนออกศึกทุกครั้ง ฮองเฮาจะนับเหรียญออกมาวางบนโต๊ะจำนวนหนึ่ง แล้วบอกตัวเองว่า ศึกนี้ข้ายอมเสียแค่กองนี้ ถ้าเสียหมดก็จบ กลับวังไปนอน ส่วนกองที่เหลือในพระคลังนั้น ห้ามแตะเด็ดขาด แม้กุนซือทุกคนจะยืนยันว่าศึกนี้ชนะแน่
📚 Risk per Trade คือสัดส่วนของเงินทุนที่ยอมสูญเสียในหนึ่งคำสั่ง กำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ล่วงหน้า ส่วน Position Size คือจำนวนหน่วยที่ต้องซื้อหรือขายเพื่อให้ความเสียหายเมื่อชน Stop Loss เท่ากับตัวเลขนั้นพอดี คำนวณจาก เงินที่ยอมเสีย หารด้วย ระยะจากจุดเข้าถึงจุด stop ที่แปลงเป็นเงินต่อหนึ่งหน่วยแล้ว
🧮 บัญชี 10,000 บาท เสี่ยงไม้ละ 1% = 100 บาท เข้าซื้อหุ้นที่ 50.00 บาท วางจุดถอยทัพใต้ swing low ที่ 48.20 บาท ระยะ stop = 1.80 บาทต่อหุ้น ขนาดสถานะ = 100 ÷ 1.80 = 55.5 หุ้น ปัดลงเหลือ 55 หุ้น ใช้เงินซื้อจริง 55 × 50 = 2,750 บาท และถ้าโดน stop จะเสีย 55 × 1.80 = 99 บาท ซึ่งอยู่ใต้เพดาน 100 บาทพอดี
⚠️ ปัดขนาดไม้ลงเสมอ ห้ามปัดขึ้น และอย่าลืมว่าค่าธรรมเนียมกับ Spread เป็นความเสียหายเพิ่มที่สูตรนี้ไม่ได้นับให้ ถ้าสูตรออกมาว่าขนาดต่ำกว่าขั้นต่ำที่ซื้อได้ คำตอบคือไม้นี้ใหญ่เกินตัว ให้ข้ามไป หรือหาจังหวะที่ระยะ stop สั้นกว่านี้ ไม่ใช่ยอมเสี่ยงเกินเพดาน
แพ้ติดกันสิบไม้ ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มันจะจบยังไงขึ้นกับตัวเลขเดียว
ก่อนอื่นน้องหญิงต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่ง การแพ้ติดกันหลายไม้ (Losing Streak) เกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้กับคนที่มีระบบดี เพราะผลของแต่ละไม้เป็นเรื่องของความน่าจะเป็น ไม่ใช่ความแน่นอน
คำถามจึงไม่ใช่ว่าจะแพ้ติดกันไหม แต่คือ ถ้ามันเกิดขึ้น พระคลังของเจ้าจะเหลืออะไร ตารางข้างล่างเริ่มจากราชทรัพย์ 10,000 บาทเท่ากันทุกแถว คิดความเสี่ยงจากยอดเงินที่เหลือในแต่ละไม้ และเป็นตัวเลขโดยประมาณ
ที่ 1% แพ้ติดกันสิบไม้ พระคลังเหลือราว 9,044 บาท เจ็บ แต่เจ้ายังนั่งอยู่โต๊ะเดิม ยังเรียนรู้ต่อได้ ยังแก้แผนได้
ที่ 10% แพ้ติดกันสิบไม้ เหลือราว 3,487 บาท หายไปเกือบสองในสาม และที่ 25% เหลือราว 563 บาท จากหมื่นบาทเหลือห้าร้อยกว่าบาท ทั้งที่จำนวนครั้งที่แพ้เท่ากันเป๊ะ ต่างกันแค่ตัวเลขความเสี่ยงต่อไม้เท่านั้น
ทีนี้มาถึงเลขที่โหดที่สุดในคัมภีร์นี้ คณิตศาสตร์ของการกู้พระคลังคืน (Drawdown) เวลาเงินหาย มันไม่ได้กลับมาง่ายเท่าตอนหายไป ถ้าเจ้าขาดทุน 50% เหลือ 5,000 บาท เจ้าต้องทำกำไรถึง +100% ถึงจะกลับมาที่ 10,000 บาทเท่าเดิม
ลองไล่ดูให้ครบ ขาดทุน 10% ต้องได้คืนราว +11% ขาดทุน 20% ต้องได้คืน +25% ขาดทุน 30% ต้องได้คืนราว +43% ขาดทุน 50% ต้องได้คืน +100% และขาดทุน 90% ต้องได้คืน +900% นั่นแปลว่ายิ่งขุดหลุมลึก บันไดปีนกลับยิ่งชันแบบทวีคูณ
นี่คือเหตุผลที่ฮองเฮาบอกว่า วิชารักษาพระคลังไม่ได้สอนให้เจ้าชนะ มันสอนให้เจ้าอยู่รอดนานพอที่จะได้เรียนต่อ เพราะคนที่ยังไม่ล้างพอร์ต ยังมีสิทธิ์เก่งขึ้นเสมอ
| เสี่ยงต่อไม้ | ไม้แรกเสีย | แพ้ติดกัน 5 ไม้ เหลือราว | แพ้ติดกัน 10 ไม้ เหลือราว | ต้องได้กำไรกี่ % จึงกลับเท่าทุน |
|---|---|---|---|---|
| 1% (100 บาท) | 100 บาท | 9,510 บาท | 9,044 บาท | ราว +11% |
| 5% (500 บาท) | 500 บาท | 7,738 บาท | 5,987 บาท | ราว +67% |
| 10% (1,000 บาท) | 1,000 บาท | 5,905 บาท | 3,487 บาท | ราว +187% |
| 25% (2,500 บาท) | 2,500 บาท | 2,373 บาท | 563 บาท | ราว +1,676% |








ราชโองการ: น้องหญิงจงกรอกราชทรัพย์ 10,000 บาท ตั้งความเสี่ยงต่อไม้ที่ 1% แล้วใส่ระยะจากจุดเข้าไปยังจุดถอยทัพ ดูว่ากองทัพที่เจ้าส่งออกไปได้จริงมีขนาดเท่าใด จากนั้นลองขยับความเสี่ยงเป็น 5% และ 10% แล้วสังเกตว่ากองทัพโตขึ้นเร็วเพียงใด และพระคลังจะเปราะบางขึ้นเพียงใด
เงินเก็บ 10,000 บาท กับกฎเหล็กของแม่
สมมติน้องหญิงเก็บเงินจากค่ากับข้าวและงานรับจ้างเล็กๆ น้อยๆ ได้ 10,000 บาท ตั้งใจว่าจะเอามาเรียนเทรดจริงจัง เงินก้อนนี้ต้องเป็นเงินเย็นเท่านั้น คือหายไปทั้งหมดแล้วชีวิตในบ้านยังเดินต่อได้ปกติ
กฎเหล็กข้อที่หนึ่ง เสี่ยงไม้ละ 1% คือ 100 บาท เขียนใส่กระดาษแปะไว้ข้างจอไปเลย ถ้าวันไหนอยากเสี่ยง 500 บาทเพราะไม้นี้ดูดีเป็นพิเศษ ให้รู้ตัวว่านั่นคือเสียงของปีศาจ FOMO ไม่ใช่เสียงของแผน
กฎเหล็กข้อที่สอง ห้ามเติมเงินเพิ่มเพื่อเอาคืน ถ้าพระคลังลดลงมาก ให้หยุดพักและกลับไปสนามซ้อมรบ (บัญชี Demo) การเติมเงินตอนกำลังเจ็บ คือการเพิ่มขนาดปัญหา ไม่ใช่การแก้ปัญหา
กฎเหล็กข้อที่สาม เงินก้อนนี้แยกบัญชีจากเงินค่าเทอมลูกและค่าน้ำค่าไฟเสมอ ไม่ปนกันแม้แต่บาทเดียว วันที่เงินสองก้อนนี้ปนกัน คือวันที่การเทรดเริ่มทำร้ายคนในบ้าน
และข้อสุดท้ายที่ฮองเฮาอยากให้จำที่สุด ถ้าคืนไหนเจ้านอนไม่หลับเพราะไม้ที่เปิดค้างไว้ แปลว่าไม้นั้นใหญ่เกินไปสำหรับใจของเจ้า ไม่เกี่ยวกับว่าคณิตศาสตร์บอกว่าอะไร ลดขนาดลงจนกว่าจะนอนหลับ
น้องหญิงมีเงิน 10,000 บาท เสี่ยงไม้ละ 1% เข้าซื้อที่ 50.00 บาท ตั้งจุดถอยทัพที่ 48.00 บาท ควรซื้อกี่หุ้น
อันตรายที่สุดไม่ใช่การขาดทุนไม้เดียว แต่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำหลังจากขาดทุนติดกันสามสี่ไม้ นั่นคือเพิ่มขนาดไม้ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อเอาคืนให้หมดในครั้งเดียว การกระทำนี้เปลี่ยนการขาดทุนที่ควบคุมได้ ให้กลายเป็นหายนะที่ควบคุมไม่ได้ในไม้เดียว
อีกกับดักหนึ่งคือคิดว่า ไม้นี้มั่นใจเป็นพิเศษ จึงขอเสี่ยงมากกว่าปกติสักหน่อย ความมั่นใจของเจ้าไม่ได้ทำให้ความน่าจะเป็นเปลี่ยน แต่มันทำให้ความเสียหายเปลี่ยนแน่นอน และประวัติศาสตร์บอกว่าไม้ที่คนมั่นใจที่สุด มักเป็นไม้ที่เจ็บที่สุด
สุดท้าย เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อไม้ต้องคำนวณจากยอดเงินปัจจุบันเสมอ ไม่ใช่จากยอดตอนเปิดบัญชี พระคลังลด กองทัพต้องลดตาม นี่คือกลไกที่ทำให้เจ้าเจ็บช้าลงตอนกำลังแย่ และเป็นเหตุผลที่ตัวเลขในตารางข้างบนถึงไม่เคยลงไปถึงศูนย์
สรุปคัมภีร์
- Risk ต่อไม้ คือเพดานเงินที่ยอมเสียในไม้เดียว กำหนดล่วงหน้าเป็นเปอร์เซ็นต์ของบัญชี มาตรฐาน 1% หรือน้อยกว่า
- บัญชี 10,000 บาท ที่ 1% = ยอมเสียได้ไม้ละ 100 บาท ไม่ว่าไม้นั้นจะดูดีแค่ไหน
- Position Size = เงินที่ยอมเสีย ÷ ระยะ stop ต่อหนึ่งหน่วย เช่น 100 ÷ 1.80 = 55 หุ้น (ปัดลงเสมอ)
- แพ้ติดกันสิบไม้จาก 10,000 บาท เหลือราว 9,044 บาทที่ 1% แต่เหลือราว 563 บาทที่ 25% จำนวนครั้งเท่ากันเป๊ะ
- ขาดทุน 50% ต้องได้กำไร +100% ถึงจะกลับเท่าทุน ยิ่งหลุมลึก บันไดยิ่งชันแบบทวีคูณ
- ห้ามเพิ่มขนาดไม้เพื่อเอาคืน และคำนวณเปอร์เซ็นต์จากยอดเงินปัจจุบันเสมอ
เทรดควรเสี่ยงกี่เปอร์เซ็นต์ต่อไม้
แนวทางที่นักเทรดใช้กันทั่วไปคือไม่เกิน 1% ของเงินในบัญชีต่อหนึ่งไม้ และมือใหม่หลายคนเริ่มที่ 0.5% เหตุผลไม่ใช่เพราะตัวเลขนี้วิเศษ แต่เพราะมันทำให้การแพ้ติดกันหลายไม้ซึ่งเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ทำลายบัญชีจนกู้กลับไม่ไหว จำไว้ว่าเปอร์เซ็นต์นี้คำนวณจากยอดเงินปัจจุบัน ไม่ใช่ยอดตอนเปิดบัญชี
position size คำนวณยังไง
ใช้สูตร ขนาดสถานะ = จำนวนเงินที่ยอมเสียต่อไม้ หารด้วย ระยะจากจุดเข้าถึงจุด stop loss ที่แปลงเป็นเงินต่อหนึ่งหน่วยแล้ว ตัวอย่างเช่น บัญชี 10,000 บาท เสี่ยง 1% ได้ 100 บาท เข้าซื้อที่ 50 บาท วาง stop ที่ 48.20 บาท ระยะคือ 1.80 บาทต่อหุ้น จึงได้ 100 หารด้วย 1.80 เท่ากับ 55 หุ้นโดยปัดลง อย่าลืมเผื่อค่าธรรมเนียมและ Spread ซึ่งสูตรนี้ไม่ได้นับให้
drawdown คืออะไร ทำไมต้องสนใจ
Drawdown คือระยะที่เงินในบัญชีลดลงจากจุดสูงสุดที่เคยทำได้ วัดเป็นเปอร์เซ็นต์ ที่ต้องสนใจเพราะการกู้คืนไม่สมมาตรกับการขาดทุน ขาดทุน 20% ต้องได้คืน 25% ขาดทุน 50% ต้องได้คืนถึง 100% และขาดทุน 90% ต้องได้คืน 900% ดังนั้นการป้องกันไม่ให้ drawdown ลึก จึงสำคัญกว่าการพยายามทำกำไรเร็ว
อ่านจบแล้วใช่ไหมน้องหญิง?
กดรับตราประทับ แล้วฮองเฮาจะบันทึกความก้าวหน้าให้
คำศัพท์จากคัมภีร์นี้
คัมภีร์นี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้