คัมภีร์ที่ 012 众谋士
RSI คืออะไร? Overbought Oversold 70 30 ใช้ยังไงให้ถูก
《กุนซือ RSI — วัดความร้อนแรงของราคา》


กุนซือผู้ถือเทอร์โมมิเตอร์
ยังไม่ทันที่กุนซือ EMA จะพูดจบ ประตูก็เปิดผางอีกครั้ง ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งเข้ามาพร้อมเทอร์โมมิเตอร์โบราณในมือ
ร้อน! ร้อนแล้วพ่ะย่ะค่ะ! เขาตะโกนพลางจ่อเทอร์โมมิเตอร์ไปที่แผนที่สนามรบ ตัวเลขบนแผ่นทองเหลืองขึ้นไปแตะ 78
ฮองเฮาถามว่า ท่านชื่ออะไร เขาตอบเร็วปรื๋อว่า กระหม่อมชื่อ RSI พ่ะย่ะค่ะ หน้าที่ของกระหม่อมคือวัดว่าฝ่ายที่กำลังบุกอยู่นั้น บุกแรงเกินตัวไปแล้วหรือยัง
องค์ชายน้อยกระโดดขึ้นทันที ร้อนแล้วแปลว่าต้องขายใช่ไหม! ข้าจะขายเดี๋ยวนี้! แต่กุนซือ RSI กลับทำหน้าเจื่อน แล้วบอกว่า กระหม่อมไม่ได้บอกอย่างนั้นสักคำพ่ะย่ะค่ะ
ฮองเฮาหัวเราะแล้วอธิบายว่า กุนซือผู้นี้บอกได้แค่ว่าน้ำในกาเดือดแล้ว แต่กาน้ำที่เดือดค้างได้เป็นชั่วโมงก็มีเพคะ ใครที่รีบยกกาลงทุกครั้งที่เห็นไอน้ำ จะลวกมือตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า และนี่แหละคือกับดักที่มือใหม่ติดกันมากที่สุดในบทนี้
RSI คือเทอร์โมมิเตอร์ ไม่ใช่ปุ่มซื้อขาย
RSI ย่อมาจาก Relative Strength Index แปลว่าดัชนีความแข็งแกร่งเชิงเปรียบเทียบ มันเปรียบเทียบว่าในช่วงที่ผ่านมา แรงขึ้นเฉลี่ยกับแรงลงเฉลี่ยของราคาต่างกันแค่ไหน
ค่าที่ได้เป็นตัวเลขระหว่าง 0 ถึง 100 เท่านั้น ไม่มีทางเกินหรือต่ำกว่านี้ ค่ามาตรฐานที่แอปทุกเจ้าตั้งไว้คือคำนวณจาก 14 แท่งล่าสุด เขียนว่า RSI 14
โซนที่คนพูดถึงกันมากคือเหนือ 70 เรียกว่า Overbought (โอเวอร์บอต) แปลว่าซื้อมากเกินไป และใต้ 30 เรียกว่า Oversold (โอเวอร์โซลด์) แปลว่าขายมากเกินไป
จุดที่ต้องเข้าใจให้ถูกคือ Overbought ไม่ได้แปลว่าให้ขาย และ Oversold ไม่ได้แปลว่าให้ซื้อ มันแปลแค่ว่าในช่วง 14 แท่งที่ผ่านมา ฝ่ายหนึ่งบุกแรงมากผิดปกติเท่านั้นเอง
ยังมีอีกเรื่องที่คนพูดถึงบ่อยคือ Divergence (ไดเวอร์เจนซ์) หรือการขัดแย้งกัน คือราคาทำยอดสูงขึ้นแต่ RSI กลับทำยอดต่ำลง แปลว่าราคายังขึ้นได้แต่แรงส่งเริ่มหมด มันเป็นเพียงสัญญาณเตือนให้ระวัง ไม่ใช่สัญญาณกลับตัวที่รับประกันอะไรทั้งสิ้น และล้มเหลวได้บ่อยมาก
ก่อนจบบทนี้ ฮองเฮาขอแนะนำกุนซือที่เหลือในห้องยุทธศาสตร์ไว้ล่วงหน้าสักหน่อย เพราะน้องหญิงจะได้พบพวกเขาในคัมภีร์ม้วนถัดๆ ไป
MACD (แมคดี) ย่อมาจาก Moving Average Convergence Divergence เป็นกุนซือที่เอาเส้นค่าเฉลี่ยสองเส้นมาลบกัน แล้วดูว่าระยะห่างกำลังกว้างขึ้นหรือแคบลง เขาจึงเป็นคนที่บอกเรื่องแรงส่งของเทรนด์ได้ดี แต่ก็ตามหลังราคาเหมือนกุนซือ EMA ทุกประการ
ATR (เอทีอาร์) ย่อมาจาก Average True Range เป็นกุนซือที่วัดว่าราคาแกว่งเฉลี่ยวันละกี่หน่วย เขาไม่บอกทิศทางเลยสักนิด บอกแต่ว่าสนามรบวันนี้กว้างแค่ไหน ซึ่งมีประโยชน์มากตอนกำหนดระยะจุดถอยทัพให้พอดีกับความแกว่งจริง
Bollinger Bands (โบลลิงเจอร์แบนด์) คือกุนซือที่ลากกรอบบนกรอบล่างคร่อมเส้นค่าเฉลี่ยตามความผันผวน กรอบบีบแคบแปลว่าตลาดเงียบ กรอบผายกว้างแปลว่าตลาดเริ่มเคลื่อนไหวแรง แต่ราคาที่แตะขอบกรอบไม่ได้แปลว่าต้องกลับตัว
Volume (โวลุ่ม) คือปริมาณการซื้อขาย เป็นกุนซือที่นับหัวทหารว่าศึกครั้งนี้มีคนร่วมรบมากน้อยแค่ไหน การทะลุกำแพงที่มีคนร่วมเยอะย่อมน่าเชื่อถือกว่าการทะลุแบบเงียบเชียบ แต่ในตลาด Forex ตัวเลขนี้เป็นเพียงปริมาณของโบรกเกอร์รายนั้น ไม่ใช่ของทั้งตลาด
- RSI เป็นตัวเลข 0 ถึง 100 ค่ามาตรฐานคำนวณจาก 14 แท่งล่าสุด
- เหนือ 70 คือโซน Overbought ใต้ 30 คือโซน Oversold
- Overbought ไม่ได้แปลว่าให้ขาย และ Oversold ไม่ได้แปลว่าให้ซื้อ
- ในเทรนด์แรงๆ RSI ค้างเหนือ 70 ได้นานหลายสัปดาห์
- Divergence คือสัญญาณเตือนว่าแรงส่งเริ่มหมด ไม่ใช่คำรับประกันการกลับตัว
- กุนซือคนอื่นที่จะได้พบต่อไป คือ MACD, ATR, Bollinger Bands และ Volume
👑 กุนซือ RSI คือคนถือเทอร์โมมิเตอร์ที่วิ่งไปวัดความร้อนของสนามรบ ถ้าเข็มขึ้นเกิน 70 เขาจะตะโกนว่าฝ่ายบุกกำลังร้อนแรงผิดปกติ ถ้าต่ำกว่า 30 เขาจะบอกว่าฝ่ายถอยเหนื่อยจนหมดแรงแล้ว แต่เขาไม่เคยสั่งให้ใครยกทัพหรือถอยทัพสักครั้งเดียว เขาแค่รายงานอุณหภูมิเท่านั้น
📚 RSI คือดัชนีที่เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของการเปลี่ยนแปลงราคาขาขึ้นกับขาลงในช่วงที่กำหนด โดยมาตรฐานคือ 14 ช่วงเวลา ค่าที่ได้อยู่ระหว่าง 0 ถึง 100 คำนวณจาก 100 ลบด้วย 100 หารด้วย 1 บวก RS โดย RS คือค่าเฉลี่ยกำไรหารด้วยค่าเฉลี่ยขาดทุน ค่าเหนือ 70 และใต้ 30 เป็นเพียงโซนอ้างอิงตามธรรมเนียม ไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย
🧮 สมมติในช่วง 14 วันล่าสุด มีวันที่ราคาขึ้นรวมกัน 21 บาท และวันที่ราคาลงรวมกัน 3 บาท ค่าเฉลี่ยขาขึ้นคือ 21 หาร 14 เท่ากับ 1.50 ส่วนค่าเฉลี่ยขาลงคือ 3 หาร 14 เท่ากับประมาณ 0.21 ดังนั้น RS เท่ากับ 1.50 หาร 0.21 เท่ากับ 7 และ RSI เท่ากับ 100 ลบ 100 หาร 8 เท่ากับ 87.5 ซึ่งร้อนมาก แต่ยังไม่ได้แปลว่าราคาจะลงพรุ่งนี้
⚠️ กับดักที่มือใหม่ติดบ่อยที่สุดคือการชอร์ตหรือขายทิ้งทันทีที่เห็น RSI เกิน 70 ในเทรนด์ขาขึ้นที่แข็งแรง RSI ค้างอยู่แถว 75 ถึง 85 ได้นานเป็นสัปดาห์ ในขณะที่ราคายังทำยอดใหม่ต่อเนื่อง การสวนเทรนด์เพราะเทอร์โมมิเตอร์ร้อน คือวิธีทำให้พระคลังหมดที่คลาสสิกที่สุดวิธีหนึ่ง
กาน้ำที่เดือดค้างสิบสองวัน
ตารางนี้คือเรื่องจริงที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกในทุกตลาด ฮองเฮาเอามาเล่าเป็นสิบสองวันของหุ้นสมมติตัวหนึ่งที่กำลังอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นแข็งแรง
วันที่ 1 RSI แตะ 72 ซึ่งเข้าโซน Overbought แล้ว มือใหม่ที่เพิ่งอ่านตำรามาจะรีบขายหรือชอร์ตทันที แต่ราคายังขึ้นต่อไปอีกถึง 18 บาทในเก้าวันถัดมา
สังเกตวันที่ 6 RSI ขึ้นไปถึง 83 ร้อนที่สุดในรอบ แต่ราคายังทำยอดใหม่ต่อ นี่คือสิ่งที่ตำราเรียกว่า Overbought สามารถค้างอยู่ได้นาน ในเทรนด์ที่แข็งแรง เทอร์โมมิเตอร์จะร้อนเป็นปกติของมัน
และดูวันที่ 12 ให้ดี RSI ลดลงเหลือ 58 คนที่ตกใจจะคิดว่าอ่อนแรงแล้วต้องรีบขาย แต่ความจริงคือ RSI เย็นลงเพราะราคาแค่พักตัว ไม่ใช่เพราะเทรนด์พัง การพักตัวเป็นเรื่องปกติของทุกเทรนด์
บทเรียนคือ RSI ตอบคำถามว่า ร้อนแค่ไหน ไม่ได้ตอบคำถามว่า จะขึ้นหรือลงต่อ ถ้าอยากรู้ทิศทาง ต้องกลับไปดูโครงสร้างยอดกับฐาน และแนวรับแนวต้านจากคัมภีร์ก่อนหน้า กุนซือคนเดียวไม่เคยพอ และต่อให้ครบทุกคนก็ยังไม่มีใครรู้อนาคตอยู่ดีเพคะ
| วัน | ราคาปิด (บาท) | RSI | มือใหม่มักคิดว่า | สิ่งที่เกิดขึ้นจริง |
|---|---|---|---|---|
| วันที่ 1 | 100 | 72 | ร้อนแล้ว ต้องรีบขาย | ราคายังขึ้นต่อ |
| วันที่ 3 | 106 | 78 | ร้อนมาก คราวนี้ต้องลง | ราคายังขึ้นต่อ |
| วันที่ 6 | 112 | 83 | ร้อนที่สุดแล้ว ต้องลงแน่ | ราคายังทำยอดใหม่ |
| วันที่ 9 | 118 | 81 | ยอมแพ้ ขอตามซื้อดีกว่า | ราคาเริ่มพักตัว |
| วันที่ 12 | 113 | 58 | อ่อนแรงแล้ว รีบขายทิ้ง | RSI เย็นเพราะพัก ไม่ใช่เพราะพัง |








ราชโองการ: น้องหญิงจงดูแผนที่สนามรบพร้อมค่าเทอร์โมมิเตอร์ของกุนซือ RSI แล้วเลือกว่าควรอยู่ฝั่งใด หรือควรยืนดูเฉยๆ จำไว้ว่าการไม่ออกศึกก็เป็นคำตอบที่ถูกได้เช่นกัน
ไฟแรงไม่ได้แปลว่าไหม้ทันที
น้องหญิงที่ทำกับข้าวเป็นจะเข้าใจเรื่องนี้เร็วที่สุด เวลาต้มน้ำแล้วเห็นไอพลุ่ง เจ้าไม่ได้ยกหม้อลงทันทีใช่ไหมเพคะ เจ้ารู้ว่ามันเดือดได้อีกพักใหญ่ และเจ้าดูจากหลายอย่างประกอบกัน ไม่ใช่จากไอน้ำอย่างเดียว
RSI ก็เหมือนไอน้ำนั่นแหละ สมมติเจ้ามีเวลาว่าง 30 นาทีตอนลูกหลับ เปิดแอปมาเห็น RSI 78 สีแดงแจ๋ ปีศาจ FOMO จะกระซิบทันทีว่า รีบชอร์ตสิ เดี๋ยวไม่ทัน
พฤติกรรมที่ถูกต้องคือ ถอยออกมาหนึ่งก้าวแล้วถามสามคำถาม หนึ่ง โครงสร้างยอดกับฐานยังเป็นขาขึ้นอยู่ไหม สอง ราคาอยู่ตรงไหนเทียบกับแนวต้าน สาม ถ้าเข้าแล้วผิด จะถอยทัพที่ราคาเท่าไร ถ้าตอบสามข้อนี้ไม่ได้ครบ แปลว่ายังไม่ใช่ศึกของเรา
และถ้าระหว่างนั้นลูกตื่นขึ้นมาร้อง ให้ปิดแอปแล้วไปหาลูกก่อนเสมอเพคะ เทอร์โมมิเตอร์ของกุนซือ RSI จะยังอยู่ตรงนั้นพรุ่งนี้ แต่ลูกที่ร้องรอไม่ได้ ฮองเฮาพูดประโยคนี้ซ้ำทุกบท เพราะมันคือบทที่สำคัญที่สุดจริงๆ
RSI ขึ้นไปแตะ 78 และค้างอยู่แถวนั้นสามวัน ในขณะที่ราคายังทำยอดสูงใหม่ต่อเนื่อง น้องหญิงควรทำอย่างไร
ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของ RSI คือชื่อของมันเอง คำว่า Overbought ฟังดูเหมือนคำสั่งให้ขาย และ Oversold ฟังดูเหมือนคำสั่งให้ซื้อ ทั้งที่มันเป็นเพียงคำบรรยายสภาพเท่านั้น ในเทรนด์ที่แข็งแรง ค่าจะค้างอยู่ในโซนสุดขั้วได้นานกว่าที่พระคลังของเจ้าจะทนไหว
Divergence ก็เช่นกัน มันเป็นสัญญาณเตือนที่มีประโยชน์ แต่ล้มเหลวบ่อยมาก ราคาสามารถขัดแย้งกับ RSI ต่อไปได้อีกหลายเดือนก่อนจะกลับตัวจริง หรือไม่กลับตัวเลยก็ได้ อย่าใช้มันเป็นเหตุผลเดียวในการสวนเทรนด์เด็ดขาด
ฮองเฮาไม่เคยเจอกุนซือคนไหนในใต้หล้าที่รับประกันผลได้ และไม่มีการรวมกุนซือหลายคนแบบใดที่ทำให้ความเสี่ยงหายไป สิ่งเดียวที่เราคุมได้จริงคือขนาดสถานะและจุดถอยทัพ ที่เหลือคือความน่าจะเป็นล้วนๆ เพคะ
สรุปคัมภีร์
- RSI เป็นตัวเลข 0 ถึง 100 คำนวณจากแรงขึ้นเทียบแรงลงใน 14 แท่งล่าสุด
- เหนือ 70 คือ Overbought ใต้ 30 คือ Oversold เป็นแค่โซนอ้างอิง ไม่ใช่คำสั่งซื้อขาย
- ในเทรนด์แข็งแรง RSI ค้างเหนือ 70 ได้นานหลายสัปดาห์ขณะที่ราคายังทำยอดใหม่
- Divergence คือราคาทำยอดสูงขึ้นแต่ RSI ทำยอดต่ำลง เป็นสัญญาณเตือน ไม่ใช่คำรับประกัน
- กุนซือคนอื่นที่รออยู่คือ MACD วัดแรงส่ง ATR วัดความแกว่ง Bollinger Bands วัดกรอบความผันผวน และ Volume นับหัวผู้ร่วมรบ
- กุนซือทุกคนคำนวณจากอดีต ไม่มีใครรู้อนาคต ขนาดสถานะและจุดถอยทัพคือสิ่งเดียวที่เราคุมได้
rsi คืออะไร ใช้ยังไงสำหรับมือใหม่
RSI คือดัชนีที่วัดความแรงของการขึ้นเทียบกับการลงของราคาในช่วงที่ผ่านมา โดยมาตรฐานใช้ 14 แท่ง ค่าที่ได้อยู่ระหว่าง 0 ถึง 100 มือใหม่ควรใช้มันเป็นข้อมูลประกอบเพื่อรู้ว่าราคากำลังร้อนแรงหรือเย็นลง ไม่ใช่ใช้เป็นสัญญาณซื้อขายเดี่ยวๆ ควรดูควบคู่กับโครงสร้างเทรนด์และแนวรับแนวต้านเสมอ และต้องมีจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง
rsi เกิน 70 ต้องขายเลยไหม
ไม่ใช่ คำว่า Overbought แปลว่าราคาขึ้นแรงผิดปกติในช่วงที่ผ่านมาเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าราคาจะลง ในเทรนด์ขาขึ้นที่แข็งแรง RSI สามารถค้างอยู่เหนือ 70 ได้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ขณะที่ราคายังทำจุดสูงสุดใหม่เรื่อยๆ การขายหรือชอร์ตเพียงเพราะเห็นเลขเกิน 70 เป็นหนึ่งในความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของมือใหม่
divergence คืออะไร ใช้ได้จริงไหม
Divergence คือภาวะที่ราคากับอินดิเคเตอร์ขัดแย้งกัน เช่น ราคาทำจุดสูงสุดใหม่แต่ RSI กลับทำจุดสูงสุดต่ำลง ตีความว่าแรงส่งของการขึ้นเริ่มลดลง มันมีประโยชน์ในฐานะสัญญาณเตือนให้ระมัดระวังและกระชับการบริหารความเสี่ยง แต่ไม่ใช่สัญญาณกลับตัวที่เชื่อถือได้เสมอ เพราะภาวะขัดแย้งนี้ยืดยาวต่อไปได้อีกนานโดยที่ราคาไม่กลับตัวเลย
อ่านจบแล้วใช่ไหมน้องหญิง?
กดรับตราประทับ แล้วฮองเฮาจะบันทึกความก้าวหน้าให้
คำศัพท์จากคัมภีร์นี้
คัมภีร์นี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้