คัมภีร์ที่ 010 解读价格图
แนวรับ แนวต้าน คืออะไร? เทรนด์ขาขึ้น ขาลง Sideways ดูยังไง
《แนวรับ แนวต้าน และเทรนด์ — กำแพงเมืองของราคา》


กำแพงเมืองที่ทั้งสองแม่ทัพจำได้
เช้าวันหนึ่ง ฮองเฮาพาน้องหญิงขึ้นหอคอยชายแดน แล้วชี้ไปที่กำแพงเมืองเก่าที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง
ฮองเฮาเล่าว่า ที่ตีนกำแพงด้านล่างนั้น แม่ทัพ Bull มาตั้งค่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่ถูกไล่ลงมาถึงตรงนั้น นางจะรวบรวมกำลังแล้วดันกลับขึ้นไปใหม่ ที่ตรงนั้นเรียกว่า แนวรับ
ส่วนบนเชิงเทินสูงโน่น แม่ทัพ Bear ยืนเฝ้าอยู่พร้อมธนู ทุกครั้งที่ Bull บุกขึ้นไปถึงระดับนั้น จะโดนยิงถอยกลับลงมาทุกที ที่ตรงนั้นเรียกว่า แนวต้าน
น้องหญิงถามว่า แล้วทำไมทั้งสองฝ่ายถึงกลับมาที่เดิมทุกครั้งเพคะ ฮองเฮายิ้ม แล้วตอบว่า เพราะคนจำราคาได้จ้ะ คนที่เคยซื้อตรงนั้นจำได้ว่าเคยกำไร คนที่เคยติดดอยตรงนั้นก็จำได้ว่าเคยเจ็บ ราคาไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ แต่ความทรงจำของคนต่างหากที่ทำให้มันศักดิ์สิทธิ์
แล้วฮองเฮาก็เสริมประโยคสำคัญที่สุด ว่ากำแพงเมืองทุกแห่งในใต้หล้าพังได้เพคะ ไม่มีกำแพงไหนอยู่ค้ำฟ้า และวันที่มันพัง มักเป็นวันที่ทุกคนเชื่อว่ามันจะไม่พังนั่นแหละ
ยอดกับฐาน บอกทิศทางของทัพทั้งกอง
ก่อนจะดูแนวรับแนวต้าน ต้องดูเทรนด์ให้ออกก่อน Trend (เทรนด์) แปลว่าแนวโน้ม คือทิศทางโดยรวมที่ราคากำลังเดินไป และวิธีดูที่ง่ายที่สุดคือดูยอดกับฐาน
เทรนด์ขาขึ้น (Uptrend) คือราคาทำยอดสูงขึ้นเรื่อยๆ และฐานก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ฝรั่งเรียกว่า Higher High และ Higher Low แปลง่ายๆ ว่าแม้จะถูกตีถอย ก็ถอยไม่ลึกเท่าครั้งก่อน
เทรนด์ขาลง (Downtrend) คือกลับกัน ยอดต่ำลงเรื่อยๆ และฐานก็ต่ำลงเรื่อยๆ คือ Lower High และ Lower Low ทุกครั้งที่พยายามบุกกลับ ก็บุกได้ไม่ไกลเท่าเดิม
ส่วน Sideways หรือ Range (เรนจ์) คือราคาแกว่งไปมาในกรอบ ยอดพอๆ กัน ฐานพอๆ กัน ไม่มีใครชนะ เหมือนสองกองทัพตั้งประจันหน้ากันโดยไม่มีใครยอมบุก ตลาดใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในสภาพนี้ มากกว่าที่มือใหม่คิดมาก
Support (ซัพพอร์ต) หรือแนวรับ คือบริเวณราคาที่แรงซื้อมักจะเข้ามาจนราคาหยุดลงและเด้งกลับ ในวังคือที่ที่แม่ทัพ Bull มักตั้งค่าย ส่วน Resistance (เรซิสแตนซ์) หรือแนวต้าน คือบริเวณที่แรงขายมักจะเข้ามาจนราคาหยุดขึ้น คือกำแพงที่แม่ทัพ Bear เฝ้าอยู่
สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ แนวรับและแนวต้านเป็น โซน ไม่ใช่เส้นเดี่ยวๆ ที่คมกริบ เพราะคนหลายล้านคนไม่ได้ตั้งราคาเดียวกันเป๊ะ ถ้าเจ้าเห็นราคาเด้งแถว 96, 97 และ 98 บาท ให้มองเป็นโซน 96 ถึง 98 บาท ไม่ใช่ตัวเลข 97.00 บาทตัวเดียว
เมื่อราคาทะลุกำแพงออกไปได้ เรียกว่า Breakout (เบรกเอาต์) และสิ่งที่เกิดตามมาบ่อยคือ แนวต้านเก่ากลายเป็นแนวรับใหม่ เพราะกำแพงที่ยึดได้แล้ว ทหารของเราจะขึ้นไปยืนเฝ้าแทน
แต่หลายครั้งราคาทะลุออกไปแล้วกลับเข้ามาในกรอบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อันนั้นเรียกว่า False Breakout (เบรกหลอก) และมันเกิดบ่อยมากจนมือใหม่ที่รีบตามทุกครั้งจะเจ็บซ้ำๆ
- ขาขึ้น = ยอดสูงขึ้น ฐานสูงขึ้น (Higher High, Higher Low)
- ขาลง = ยอดต่ำลง ฐานต่ำลง (Lower High, Lower Low)
- Sideways / Range = ยอดกับฐานพอๆ เดิม ราคาแกว่งในกรอบ
- แนวรับ = โซนที่แรงซื้อมักเข้า แนวต้าน = โซนที่แรงขายมักเข้า
- เป็นโซนที่มีความหนา ไม่ใช่เส้นเดียวที่คมกริบ
- ทะลุแล้วอาจสลับบทบาท และอาจเป็นเบรกหลอกก็ได้
👑 แนวรับคือที่ที่แม่ทัพ Bull มักตั้งค่ายรวบรวมกำลัง ตกลงมาถึงตรงนี้ทีไร นางก็ดันกลับขึ้นไปได้ทุกที ส่วนแนวต้านคือกำแพงเมืองที่แม่ทัพ Bear ยืนเฝ้าพร้อมธนู ใครบุกขึ้นไปถึงก็มักถูกยิงถอย ส่วนเทรนด์คือคำตอบของคำถามว่า โดยรวมแล้วทัพทั้งกองกำลังเดินขึ้นเขา ลงเขา หรือเดินวนอยู่กับที่
📚 Support คือช่วงราคาที่ในอดีตมีแรงซื้อมากพอจะหยุดการลงและทำให้ราคากลับตัวขึ้น Resistance คือช่วงราคาที่มีแรงขายมากพอจะหยุดการขึ้น ทั้งสองเป็นโซน ไม่ใช่ราคาเดียว ส่วน Trend อ่านจากโครงสร้างของยอด (Swing High) และฐาน (Swing Low) ขาขึ้นคือยอดและฐานยกสูงขึ้นต่อเนื่อง ขาลงคือทั้งคู่ต่ำลงต่อเนื่อง และ Range คือทั้งคู่อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม
🧮 หุ้นตัวหนึ่งเด้งขึ้นจากบริเวณ 96 ถึง 98 บาท สามครั้งในสามเดือน และขึ้นไปติดบริเวณ 110 ถึง 112 บาท สามครั้งเช่นกัน แปลว่ามีกรอบราคากว้างประมาณ 110 ลบ 98 เท่ากับ 12 บาท หรือคิดเป็นราว 12% ของราคา ถ้าเจ้าซื้อที่ 111 บาทซึ่งชิดแนวต้าน ระยะที่ราคาจะวิ่งขึ้นต่อจะสั้น ในขณะที่ระยะกลับลงไปหาแนวรับยาวถึง 13 บาท
⚠️ อย่าวาดเส้นแล้วเชื่อว่าราคาต้องเคารพเส้นนั้น กำแพงพังได้เสมอ และเบรกหลอกเกิดบ่อยมาก ยิ่งราคาชนแนวเดิมหลายครั้งติดกัน ยิ่งมีโอกาสที่ครั้งต่อไปจะทะลุ เพราะคนที่รอขายตรงนั้นถูกใช้ไปหมดแล้ว การมีแนวรับไม่ได้แปลว่าไม่ต้องตั้งจุดถอยทัพ (Stop Loss)
อ่านโครงสร้างยอดกับฐาน ห้าครั้งติดกัน
ตารางนี้คือยอดและฐานของหุ้นสมมติตัวหนึ่ง เก็บมาห้ารอบการแกว่ง ทุกตัวเลขเป็นบาท ฮองเฮาอยากให้น้องหญิงลองอ่านทีละบรรทัด แล้วถามตัวเองสองคำถามเท่านั้น คือยอดใหม่สูงกว่ายอดเดิมไหม และฐานใหม่สูงกว่าฐานเดิมไหม
รอบที่ 2 และ 3 ตอบว่าใช่ทั้งสองข้อ นั่นคือเทรนด์ขาขึ้นชัดเจน ราคาถูกตีถอยบ้าง แต่ถอยไม่ลึกเท่าเดิมทุกครั้ง แปลว่าฝ่ายซื้อยังแข็งแรงอยู่
รอบที่ 4 เริ่มมีสัญญาณเปลี่ยน ยอดขึ้นไปได้แค่ 119 จาก 117 คือขึ้นเพียง 2 บาททั้งที่รอบก่อนขึ้นทีละ 6 ถึง 7 บาท แต่ที่สำคัญกว่าคือฐานต่ำลงเป็นครั้งแรก จาก 106 ลงมา 105 โครงสร้างเริ่มไม่สวยแล้ว
รอบที่ 5 ตอบว่าไม่ใช่ทั้งสองข้อ ยอดต่ำลงจาก 119 เหลือ 113 และฐานต่ำลงจาก 105 เหลือ 99 นี่คือจุดที่โครงสร้างเปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นขาลงอย่างเป็นทางการ
สังเกตด้วยว่าโซน 96 ถึง 99 บาทถูกทดสอบทั้งตอนต้นและตอนท้าย นั่นคือแนวรับที่คนจำได้ ส่วนโซน 117 ถึง 119 บาทกลายเป็นเพดานที่ราคาไปไม่พ้น ฮองเฮาย้ำอีกครั้งว่า นี่คือการอ่านสิ่งที่เกิดไปแล้ว ไม่ใช่การรู้ล่วงหน้า และแม้โครงสร้างจะเปลี่ยนเป็นขาลง ราคาก็ยังพลิกกลับได้ทุกเมื่อ
| รอบที่ | ยอด (Swing High) | ฐาน (Swing Low) | อ่านโครงสร้างว่า |
|---|---|---|---|
| 1 | 104 | 96 | จุดตั้งต้น ยังบอกอะไรไม่ได้ |
| 2 | 110 | 99 | ยอดสูงขึ้น ฐานสูงขึ้น = ขาขึ้น |
| 3 | 117 | 106 | ยอดสูงขึ้น ฐานสูงขึ้น = ขาขึ้นต่อเนื่อง |
| 4 | 119 | 105 | ยอดสูงขึ้นนิดเดียว ฐานเริ่มต่ำลง = เริ่มอ่อนแรง |
| 5 | 113 | 99 | ยอดต่ำลง ฐานต่ำลง = โครงสร้างเปลี่ยนเป็นขาลง |








ราชโองการ: น้องหญิงจงดูแผนที่สนามรบแต่ละผืน แล้วตัดสินว่าทัพนี้กำลังเดินขึ้นเขา ลงเขา หรือเดินวนอยู่กับที่ ให้ดูที่ยอดกับฐานเท่านั้น อย่าดูที่สีของแท่ง แล้วเจ้าจะรู้ว่าเทรนด์อ่านง่ายกว่าที่คิด
ราคายังไม่ถึงโซน แต่แกงกำลังจะไหม้
สมมติน้องหญิงวางแผนไว้อย่างดีว่าจะซื้อเมื่อราคาลงมาถึงโซนแนวรับ 96 ถึง 98 บาท ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 104 บาท และเจ้ากำลังผัดกับข้าวอยู่บนเตา
ปีศาจ FOMO จะเริ่มกระซิบว่า 104 ก็ใกล้แล้ว ซื้อไปเลยเถอะ เดี๋ยวไม่ทัน นี่คือเสียงที่ทำให้แผนการศึกที่เขียนไว้อย่างดีพังทุกครั้ง
พฤติกรรมที่ถูกต้องคือ ตั้งการแจ้งเตือนราคา (Alert) ไว้ที่ 98 บาท หรือใช้คำสั่งรอ (Pending Order) ตามแผน แล้ววางมือถือลงไปดูแกงในกระทะ ถ้าราคามาถึงโซนจริง แอปจะเตือนเจ้าเอง ถ้าไม่มาถึง ก็แปลว่าศึกนี้ไม่ใช่ของเรา
ฮองเฮาเคยเผาหม้อไปหนึ่งใบเพราะมัวแต่จ้องกราฟ และสรุปบทเรียนได้ว่า กราฟไม่เคยรู้ว่าเราทำกับข้าวอยู่ แต่คนในบ้านรู้ และเขาต้องกินข้าวเย็นทุกวัน ส่วนราคานั้นพรุ่งนี้ก็ยังมีให้ดูอีก
ราคาทำยอดสูงสุดใหม่ต่ำกว่ายอดเดิม และทำฐานใหม่ต่ำกว่าฐานเดิม โครงสร้างนี้เรียกว่าอะไร
ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของเรื่องแนวรับแนวต้าน คือการเปลี่ยนเส้นที่เราวาดเองให้กลายเป็นความเชื่อ มือใหม่จำนวนมากซื้อที่แนวรับแล้วไม่ตั้งจุดถอยทัพ เพราะเชื่อว่าถ้าเป็นแนวรับ ราคาก็ต้องเด้ง ผลคือเมื่อกำแพงพัง ก็ไม่มีแผนสำรองเลย
เบรกหลอก (False Breakout) เกิดบ่อยมากในตลาดจริง โดยเฉพาะช่วงข่าวหรือช่วงที่สภาพคล่องบาง ราคาอาจทะลุออกไปไกลพอที่จะกวาดจุดถอยทัพของทุกคนแล้วกลับเข้ากรอบทันที ไม่มีใครแยกออกล่วงหน้าได้ว่าครั้งไหนของจริง
ทางออกไม่ใช่การหาเส้นที่แม่นกว่าเดิม แต่คือการยอมรับว่าเราผิดได้เสมอ ซื้อด้วยขนาดเล็ก มีจุดถอยทัพเขียนไว้ก่อนเข้า และไม่เพิ่มไม้เพื่อเอาคืนเมื่อกำแพงพัง นั่นคือวิชารักษาพระคลังที่แท้จริงเพคะ
สรุปคัมภีร์
- เทรนด์อ่านจากยอดกับฐาน ขาขึ้นคือยอดและฐานสูงขึ้น ขาลงคือยอดและฐานต่ำลง
- Sideways หรือ Range คือยอดกับฐานพอๆ เดิม และตลาดใช้เวลาอยู่ในสภาพนี้มากที่สุด
- แนวรับคือโซนที่แม่ทัพ Bull มักตั้งค่าย แนวต้านคือกำแพงที่แม่ทัพ Bear เฝ้า
- แนวรับแนวต้านเป็นโซนที่มีความหนา ไม่ใช่เส้นเดียวที่คมกริบ
- ทะลุแนวต้านแล้วมันมักกลายเป็นแนวรับใหม่ แต่เบรกหลอกก็เกิดบ่อยมาก
- ยิ่งชนแนวเดิมหลายครั้ง กำแพงยิ่งบาง อย่าเทรดโดยไม่มีจุดถอยทัพเด็ดขาด
แนวรับ แนวต้าน ดูยังไง มือใหม่หาเองได้ไหม
หาได้และควรหัดหาเองด้วย วิธีง่ายที่สุดคือเปิดกราฟ D1 แล้วมองหาบริเวณที่ราคาเคยหยุดแล้วกลับตัวหลายครั้ง ลากเป็นโซนแนวนอนกว้างๆ คลุมไส้เทียนที่กระจุกกันอยู่ ไม่ต้องพยายามลากให้ตรงเป๊ะทุกจุด เพราะแนวรับแนวต้านเป็นโซนไม่ใช่เส้นเดียว ยิ่งราคาเคยเคารพโซนนั้นในกรอบเวลาใหญ่ โซนนั้นก็ยิ่งมีคนจับตามอง
เทรนด์ขาขึ้น ขาลง ดูยังไงให้ไม่มั่ว
ให้ดูโครงสร้างของยอดและฐานเป็นหลัก ถ้ายอดใหม่สูงกว่ายอดเดิมและฐานใหม่สูงกว่าฐานเดิม คือขาขึ้น ถ้าต่ำลงทั้งคู่คือขาลง ถ้าทั้งสองอย่างอยู่ระดับใกล้เคียงเดิมคือ Sideways วิธีนี้ชัดเจนกว่าการดูว่าแท่งเขียวหรือแดงมากกว่ากัน และควรดูจากกรอบเวลาใหญ่ก่อน เช่น D1 แล้วค่อยลงมาดูรายละเอียด
false breakout คืออะไร ป้องกันยังไง
False Breakout หรือเบรกหลอก คือการที่ราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้านออกไปแล้วกลับเข้ามาในกรอบเดิมอย่างรวดเร็ว ทำให้คนที่รีบตามทิศทางนั้นติดกับ ป้องกันไม่ได้ทั้งหมด แต่ลดความเสียหายได้ด้วยการรอให้แท่งปิดพ้นแนวก่อน ใช้ขนาดสถานะเล็ก และตั้งจุดถอยทัพไว้เสมอตั้งแต่ก่อนเข้า ไม่มีใครแยกเบรกจริงกับเบรกหลอกได้ล่วงหน้า จึงต้องบริหารความเสี่ยงแทนการทำนาย
อ่านจบแล้วใช่ไหมน้องหญิง?
กดรับตราประทับ แล้วฮองเฮาจะบันทึกความก้าวหน้าให้
คำศัพท์จากคัมภีร์นี้
คัมภีร์นี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้