คัมภีร์ที่ 007 我们的国库
Leverage คืออะไร? ฮองเฮาอธิบายให้มือใหม่เข้าใจใน 5 นาที
《ศึกแห่ง Leverage — ขุนนางผู้ทรงอานุภาพ》


ขุนนางแปลกหน้าในท้องพระคลัง
วันหนึ่งขณะฮองเฮานั่งนับราชทรัพย์ในท้องพระคลัง มีขุนนางแปลกหน้าในชุดทองอร่ามเดินเข้ามาโค้งคำนับอย่างงามสง่า "กระหม่อมชื่อ Leverage พ่ะย่ะค่ะ"
เขาเปิดหีบทองใบใหญ่ต่อหน้าฮองเฮา "ท่านหญิงมีราชทรัพย์ 3,000 บาท แต่กระหม่อมมองออกว่าท่านคู่ควรกับกองทัพที่ใหญ่กว่านี้ร้อยเท่า กระหม่อมจะให้ท่านยืมอีก 297,000 บาทไปออกศึก โดยไม่ต้องถามอะไรเลยสักคำ"
ฮองเฮาตาโต ถ้ามีกองทัพใหญ่ขนาดนั้น ชนะศึกครั้งเดียวคงได้สร้างตำหนักใหม่ทั้งหลัง แต่ขันที AI ที่ยืนอยู่ข้างหลังกระซิบเบาๆ "เพคะ ลองถามท่านขุนนางสิเพคะ ว่าถ้าแพ้ศึก ใครเป็นคนจ่าย"
ขุนนาง Leverage ยังคงยิ้มหวาน "เรื่องเล็กน้อยพ่ะย่ะค่ะ ถ้ากองทัพเสียหายเพียง 1% กระหม่อมจะขอเก็บราชทรัพย์ของท่านหญิงไปทั้งหมด แค่นั้นเอง"
แค่นั้นเองงั้นหรือ… ฮองเฮาปิดหีบทองช้าๆ แล้วหันมาบอกน้องหญิง "มานี่ ฮองเฮาจะเล่าให้ฟัง ว่าทำไมขุนนางผู้นี้ถึงเป็นทั้งเพื่อนที่ดีที่สุด และศัตรูที่อันตรายที่สุดในวัง"
Leverage คือการยืมกำลังจากโบรกเกอร์
Leverage (เลเวอเรจ) แปลตรงตัวว่า "คานงัด" ในโลกเทรดหมายถึง โบรกเกอร์ยอมให้เจ้าเปิดสถานะที่มีมูลค่าใหญ่กว่าเงินที่เจ้ามีจริงหลายเท่า
เขียนเป็นอัตราส่วน เช่น 1:10, 1:100, 1:500 ตัวเลขหลังคือจำนวนเท่า Leverage 1:100 แปลว่าเงินของเจ้า 1 ส่วน คุมมูลค่าได้ 100 ส่วน
เงินที่เจ้าต้องวางเพื่อเปิดสถานะเรียกว่า Margin (มาร์จิ้น) เป็นเหมือนเงินมัดจำที่ขุนนางขอเก็บไว้ก่อน ยังเป็นของเจ้า แต่เจ้าใช้มันไม่ได้จนกว่าจะปิดสถานะ
สิ่งสำคัญที่มือใหม่มักลืม: Leverage ขยาย "ทั้ง" กำไรและขาดทุน ราคาขยับเท่าเดิม แต่ผลลัพธ์ต่อพระคลังของเจ้าใหญ่ขึ้นเป็นร้อยเท่า เพราะกำไรขาดทุนคิดจากมูลค่าเต็ม ไม่ใช่จากเงินมัดจำ
และเมื่อขาดทุนจนเงินมัดจำไม่พอ โบรกเกอร์จะปิดสถานะให้โดยอัตโนมัติ เรียกว่า Liquidation (ลิควิเดชัน) หรือ Stop Out ในวังเรียกว่า กองทัพแตกพ่าย
- Leverage = จำนวนเท่าที่โบรกเกอร์ยอมให้เจ้าคุมมูลค่าเกินเงินจริง
- Margin = เงินมัดจำที่ถูกล็อกไว้ตอนเปิดสถานะ
- กำไรขาดทุนคิดจากมูลค่าเต็ม ไม่ใช่จากเงินมัดจำ
- Liquidation / Stop Out = โบรกเกอร์บังคับปิดสถานะเมื่อเงินไม่พอ
👑 ขุนนาง Leverage คือขุนนางผู้ให้ยืมกองทัพ เจ้ามีทหาร 3,000 นาย เขาให้ยืมเพิ่มจนมี 300,000 นาย ฟังดูดีมาก แต่ทหารที่ยืมมาทุกนายเป็นของเขา ถ้ากองทัพเสียหายไปแค่ 1% เขาจะเก็บทหาร 3,000 นายของเจ้าไปชดใช้ทั้งหมด
📚 Leverage คืออัตราส่วนระหว่างมูลค่าสถานะที่เปิดได้ กับเงินทุนที่ต้องวางเป็น Margin เช่น Leverage 1:100 หมายถึงวาง Margin 1% ของมูลค่าสถานะ (Margin = มูลค่าสถานะ ÷ Leverage) กำไรขาดทุนคำนวณจากมูลค่าสถานะเต็ม ไม่ใช่จาก Margin
🧮 เจ้ามีเงิน 3,000 บาท ใช้ Leverage 1:100 เปิดสถานะเต็มที่ได้มูลค่า 3,000 × 100 = 300,000 บาท ถ้าราคาขยับสวนทาง 1% ขาดทุน = 300,000 × 1% = 3,000 บาท เท่ากับเงินทั้งบัญชีพอดี ราคาขยับแค่ 1% แต่พระคลังของเจ้าหายไป 100%
⚠️ Leverage ที่โบรกเกอร์ "ให้" กับ Leverage ที่เจ้า "ใช้จริง" ไม่เหมือนกัน โบรกให้ 1:500 ไม่ได้แปลว่าต้องใช้เต็ม ขนาดสถานะที่เจ้าเปิดต่างหากที่กำหนดว่าเจ้าเสี่ยงแค่ไหน และอย่าลืมว่าโจรค่าธรรมเนียม (Spread) ก็คิดจากมูลค่าเต็มเช่นกัน
ราคาขยับ 1% เท่ากัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันราวฟ้ากับเหว
สมมติน้องหญิงมีราชทรัพย์ 3,000 บาท และตัดสินใจเปิดสถานะ "เต็มที่" ตามที่ Leverage อนุญาต แล้วราคาขยับสวนทาง 1% ลองดูว่าแต่ละขุนนางเรียกเก็บดอกเบี้ยจากเจ้าเท่าไร
สังเกตว่าที่ 1:100 ราคาแค่กระตุกนิดเดียว 1% พระคลังก็ว่างเปล่า ส่วนที่ 1:500 ตัวเลขขาดทุนเกินเงินในบัญชีไปถึง 5 เท่า ในความเป็นจริงโบรกเกอร์จะบังคับปิดสถานะ (Stop Out) ก่อนถึงจุดนั้น แต่ผลลัพธ์ก็คือกองทัพแตกพ่ายอยู่ดี
แล้ว 1% นี่มากไหม? ทองคำขยับวันละ 1–2% เป็นเรื่องปกติ ค่าเงินบางคู่ขยับ 1% ได้ในชั่วโมงเดียวช่วงมีข่าว ดังนั้น 1% ไม่ใช่เหตุการณ์หายาก แต่เป็นวันธรรมดาวันหนึ่งในยุทธภพแห่งราคา
ข่าวดีคือ เจ้าไม่จำเป็นต้องเปิดเต็มที่ ถ้าเจ้ามี 3,000 บาท แต่เปิดสถานะมูลค่าแค่ 30,000 บาท (ใช้ Leverage จริงเพียง 1:10 แม้โบรกจะให้ถึง 1:500) ราคาขยับ 1% เจ้าเสีย 300 บาท เจ็บ แต่ยังมีทหารเหลือออกรบวันหน้า
| Leverage | มูลค่าที่คุมได้ | ราคาขยับสวน 1% | คิดเป็น % ของพระคลัง |
|---|---|---|---|
| 1:1 | 3,000 บาท | ขาดทุน 30 บาท | 1% |
| 1:10 | 30,000 บาท | ขาดทุน 300 บาท | 10% |
| 1:100 | 300,000 บาท | ขาดทุน 3,000 บาท | 100% — พระคลังว่างเปล่า |
| 1:500 | 1,500,000 บาท | ขาดทุน 15,000 บาท | 500% — เกินเงินที่มีถึง 5 เท่า |







ราชโองการ: น้องหญิงจงใส่ราชทรัพย์ 3,000 บาท แล้วเลื่อนดู Leverage ตั้งแต่ 1:1 ถึง 1:500 สังเกตว่าราคาขยับ 1% เท่ากันทุกครั้ง แต่พระคลังของเจ้าเหลือเท่าไรในแต่ละกรณี
| Leverage | คุมเงินได้ | ขาดทุน | % ของเงินทุน | ผล |
|---|---|---|---|---|
| 1:1 | 3,000 บาท | −30 บาท | 1% | เจ็บแต่ยังอยู่ |
| 1:10 | 30,000 บาท | −300 บาท | 10% | เจ็บแต่ยังอยู่ |
| 1:100 | 300,000 บาท | −3,000 บาท | 100% | ล้างพอร์ต (Stop Out) 💥 |
| 1:500 | 1,500,000 บาท | −15,000 บาท | 500% | ล้างพอร์ต (Stop Out) 💥 |
เงินค่านมลูก กับขุนนางผู้ใจดี
สมมติน้องหญิงเก็บเงินจากค่าใช้จ่ายในบ้านได้เดือนละ 3,000 บาท อยากลองเทรดทองดูสักครั้ง เปิดแอปมาเจอโบรกเกอร์ให้ Leverage 1:500 พร้อมข้อความ "เพิ่มกำลังซื้อ 500 เท่า!"
ปีศาจ FOMO กระซิบว่า ถ้าใช้เต็มที่ กำไรวันเดียวอาจได้เท่าเงินเดือนสามี แต่ฮองเฮาอยากให้เจ้าคิดอีกด้าน ถ้าราคาขยับสวนแค่ 0.2% ซึ่งเกิดขึ้นได้ในเวลาที่เจ้าเดินไปชงนมให้ลูก เงิน 3,000 บาทนั้นจะหายไปทั้งหมด
พฤติกรรมที่ถูกต้องคือ ใช้เงินก้อนนี้ในสนามซ้อมรบ (บัญชี Demo) ก่อน และเมื่อถึงวันออกรบจริง ให้เปิดสถานะเล็กที่สุดที่โบรกเกอร์อนุญาต (0.01 lot) ไม่ว่าโบรกจะให้ Leverage เท่าไรก็ตาม ให้ Leverage ที่เจ้า "ใช้จริง" ต่ำเสมอ
จำไว้ว่า เงิน 3,000 บาทที่หายไป คือค่านมลูกหนึ่งเดือน ส่วนโบรกเกอร์ไม่ได้รู้จักลูกของเจ้า
น้องหญิงมีเงิน 10,000 บาท ใช้ Leverage 1:100 เปิดสถานะเต็มที่ ราคาขยับสวนทาง 0.5% พระคลังจะเหลือเท่าไร
ความเสี่ยงหลักของ Leverage ไม่ใช่การขาดทุน แต่คือการขาดทุน "เร็วกว่าที่เจ้าจะทันตั้งตัว" มือใหม่ส่วนใหญ่ไม่ได้แพ้เพราะวิเคราะห์ผิด แต่แพ้เพราะเปิดใหญ่เกินไป จนราคาแกว่งปกติก็เตะออกจากสนามแล้ว
อย่าให้ตัวเลข 1:500 หรือ 1:1000 ที่โบรกเกอร์โฆษณามาเป็นเหตุผลในการเลือกโบรก และอย่าเพิ่ม Leverage เพราะอยากเอาคืนหลังจากขาดทุน นั่นคือทางลัดสู่กองทัพแตกพ่าย
ฮองเฮาไม่เคยบอกให้ใครใช้ Leverage สูงขึ้น มีแต่บอกให้ใช้น้อยกว่าที่โบรกเกอร์ให้เสมอ กำลังที่ยืมมาไม่ใช่ของเรา บัลลังก์ที่ยืมมาก็ไม่ใช่ของเราเช่นกัน
สรุปคัมภีร์
- Leverage คือการยืมกำลังจากโบรกเกอร์เพื่อเปิดสถานะใหญ่กว่าเงินจริง เขียนเป็น 1:10, 1:100, 1:500
- Margin คือเงินมัดจำที่ถูกล็อกไว้ แต่กำไรขาดทุนคิดจากมูลค่าสถานะเต็ม
- 3,000 บาทที่ 1:100 คุมได้ 300,000 บาท ราคาขยับสวน 1% = เสีย 3,000 บาท = ทั้งบัญชี
- Leverage ที่โบรกให้ กับ Leverage ที่เจ้าใช้จริง คนละเรื่อง ขนาดสถานะคือสิ่งที่เจ้าคุมได้
- เมื่อเงินมัดจำไม่พอ โบรกเกอร์บังคับปิดสถานะ = Liquidation / Stop Out = กองทัพแตกพ่าย
- ใช้ Leverage จริงให้ต่ำเสมอ เปิดเล็ก อยู่รอด แล้วค่อยเรียนรู้ต่อ
leverage 1:100 หมายความว่าอะไร
หมายความว่าเงินของเจ้า 1 ส่วนสามารถเปิดสถานะมูลค่าได้ 100 ส่วน เช่น มีเงิน 3,000 บาท เปิดสถานะได้สูงสุด 300,000 บาท โดยวางเงินมัดจำ (Margin) 1% ของมูลค่า กำไรและขาดทุนจะคิดจากมูลค่า 300,000 บาท ไม่ใช่จาก 3,000 บาท ดังนั้นราคาขยับ 1% จะเท่ากับเงินทั้งบัญชี
leverage สูงดีไหม มือใหม่ควรใช้เท่าไหร่
Leverage สูงไม่ได้ดีหรือแย่ในตัวเอง แต่มันทำให้ความผิดพลาดเล็กๆ กลายเป็นหายนะได้เร็วมาก มือใหม่ควรเน้นที่ขนาดสถานะมากกว่าตัวเลข Leverage ของโบรกเกอร์ เปิดสถานะเล็กที่สุด (0.01 lot) ให้มูลค่าสถานะรวมไม่ใหญ่กว่าเงินทุนหลายสิบเท่า และซ้อมในบัญชี Demo ก่อนเสมอ
ล้างพอร์ตคืออะไร เกิดขึ้นได้ยังไง
ล้างพอร์ต หรือ Liquidation / Stop Out คือการที่โบรกเกอร์บังคับปิดสถานะของเจ้าเมื่อเงินในบัญชีลดลงจนไม่พอค้ำเงินมัดจำ มักเกิดจากการเปิดสถานะใหญ่เกินไปเทียบกับเงินทุน แล้วราคาขยับสวนทาง วิธีป้องกันคือเปิดเล็ก ตั้งจุดถอยทัพ (Stop Loss) ทุกครั้ง และไม่ใช้ Leverage เต็มที่
อ่านจบแล้วใช่ไหมน้องหญิง?
กดรับตราประทับ แล้วฮองเฮาจะบันทึกความก้าวหน้าให้
คำศัพท์จากคัมภีร์นี้
คัมภีร์นี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้