คัมภีร์ที่ 008 我们的国库
Margin คืออะไร? Balance Equity Free Margin Margin Level อ่านยังไง
《Margin คืออะไร — วันที่พระคลังเกือบแตก》


คืนที่สัญญาณฉุกเฉินดังสามครั้ง
ฮองเฮาขอสารภาพเรื่องหนึ่ง ในเดือนแรกที่เข้าสนามซ้อมรบ (บัญชี Demo) ฮองเฮาเคยเปิดสถานะทองคำพร้อมกัน 6 ไม้ เพราะคิดว่า "ก็เงินปลอมนี่นา"
คืนนั้นองค์ชายน้อยตื่นมาร้องไห้ ฮองเฮาวางมือถือไปกล่อมลูก กลับมาอีกทีหน้าจอ MT5 กะพริบเป็นสีแดง ตัวเลขที่ชื่อ Margin Level ลดจาก 400% เหลือ 110%
ขันที AI วิ่งมารายงานเสียงหลง "เพคะ! พระคลังส่งสัญญาณฉุกเฉิน! ทหารในสนามกำลังถูกล้อม!" ฮองเฮาตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่า Margin Level คืออะไร รู้แค่ว่ามันดูไม่ดี
อีกสิบนาทีต่อมา สถานะสามไม้ถูกปิดเองโดยที่ฮองเฮาไม่ได้กดอะไร Balance ที่เคยเป็น 500 USD เหลือ 140 USD กองทัพแตกพ่ายในสนามซ้อม
ฮองเฮาโชคดีที่มันเป็นเงินปลอม แต่ความรู้สึกตอนนั้นจริงยิ่งกว่าจริง คืนนั้นฮองเฮาจึงนั่งเรียนตัวเลขห้าตัวบนหน้าจอจนเข้าใจ และวันนี้จะเล่าให้น้องหญิงฟัง จะได้ไม่ต้องเรียนแบบฮองเฮา
ตัวเลขห้าตัวบนหน้าจอ MT5 คือชีพจรของพระคลัง
เมื่อเจ้าเปิดแอป MT5 (หรือ MT4) ด้านล่างจอจะมีตัวเลขห้าตัวเรียงกัน Balance, Equity, Margin, Free Margin, Margin Level มือใหม่มักมองข้าม แต่ห้าตัวนี้คือชีพจรของพระคลัง
Balance (บาลานซ์) = เงินในบัญชีที่นับเฉพาะไม้ที่ "ปิดแล้ว" ยังไม่รวมกำไรขาดทุนของไม้ที่เปิดค้างอยู่ เหมือนทองในท้องพระคลังที่นับได้จริง แต่ไม่รวมทหารที่ยังอยู่ในสนาม
Equity (อิควิตี้) = Balance บวกลบกำไรขาดทุนลอยตัว (Floating P/L) ของไม้ที่ยังเปิดอยู่ คือมูลค่าจริงของพระคลัง ณ วินาทีนี้ ถ้าปิดทุกไม้ตอนนี้ เจ้าจะเหลือเท่านี้
Margin (มาร์จิ้น) = เงินมัดจำที่ถูกล็อกไว้เพื่อค้ำไม้ที่เปิดอยู่ ไม่ได้หายไปไหน แต่เจ้าใช้มันไม่ได้จนกว่าจะปิดไม้ คำนวณจาก มูลค่าสถานะ ÷ Leverage
Free Margin (ฟรีมาร์จิ้น) = Equity − Margin คือเงินที่ยังว่างพอจะรับการขาดทุนเพิ่มได้ หรือเปิดไม้ใหม่ได้ แต่ฮองเฮาอยากให้เจ้าคิดว่ามันคือ "เบาะรองรับ" ไม่ใช่ "งบออกศึกเพิ่ม"
Margin Level (มาร์จิ้นเลเวล) = (Equity ÷ Margin) × 100 หน่วยเป็น % ยิ่งสูงยิ่งปลอดภัย ตัวเลขนี้แหละที่โบรกเกอร์ใช้ตัดสินว่าจะส่งสัญญาณฉุกเฉิน (Margin Call) หรือบังคับปิด (Stop Out) เมื่อไร
- Balance = เงินที่ปิดไม้แล้ว (ตัวเลขของอดีต)
- Equity = Balance ± กำไรขาดทุนลอยตัว (ตัวเลขของปัจจุบัน)
- Margin = เงินมัดจำที่ถูกล็อก = มูลค่าสถานะ ÷ Leverage
- Free Margin = Equity − Margin
- Margin Level = Equity ÷ Margin × 100%
👑 Margin คือทหารรักษาการณ์ที่เจ้าต้องส่งไปประจำที่ประตูวังทุกครั้งที่ออกศึก ทหารกลุ่มนี้ไม่ได้หายไป แต่เจ้าเรียกใช้ไม่ได้ Margin Call คือวันที่พระคลังส่งสัญญาณฉุกเฉินว่าทหารเหลือน้อยแล้ว ส่วน Stop Out คือวันที่กองทัพแตกพ่าย โบรกเกอร์ปิดไม้ให้เองโดยไม่ถามเจ้าสักคำ
📚 Margin = มูลค่าสถานะ ÷ Leverage เป็นเงินที่ถูกกันไว้ค้ำสถานะ Margin Call คือระดับ Margin Level ที่โบรกเกอร์แจ้งเตือนและห้ามเปิดไม้เพิ่ม (มักอยู่ที่ 100%) Stop Out คือระดับที่โบรกเกอร์บังคับปิดสถานะโดยอัตโนมัติ (มักอยู่ที่ 50% หรือ 20% แล้วแต่โบรก) เริ่มจากไม้ที่ขาดทุนมากที่สุดก่อน
🧮 Balance 500 USD เปิด Buy ทองคำ 0.05 lot ที่ราคา 2,400 USD ด้วย Leverage 1:100 — ทอง 1 lot = 100 ออนซ์ ดังนั้น 0.05 lot = 5 ออนซ์ มูลค่าสถานะ = 5 × 2,400 = 12,000 USD Margin = 12,000 ÷ 100 = 120 USD Free Margin = 500 − 120 = 380 USD Margin Level = 500 ÷ 120 × 100 ≈ 416%
⚠️ ระดับ Margin Call และ Stop Out ของแต่ละโบรกเกอร์ไม่เท่ากัน และ Leverage สำหรับทองคำมักต่ำกว่าค่าเงิน ต้องเปิดดูเงื่อนไขของโบรกเกอร์ตัวเองเสมอ อีกอย่างคือ Free Margin ที่เหลือเยอะไม่ได้แปลว่าควรเปิดไม้เพิ่ม มันคือเบาะรองรับการขาดทุน ไม่ใช่งบสำหรับออกศึกเพิ่ม
ทองไหลลงทีละนิด พระคลังเป็นอย่างไร
ใช้ตัวเลขเดิม Balance 500 USD เปิด Buy ทอง 0.05 lot (5 ออนซ์) ที่ 2,400 USD Margin 120 USD ทุกครั้งที่ทองลง 1 USD เจ้าขาดทุน 5 USD (5 ออนซ์ × 1 USD) ลองดูว่าถ้าทองไหลลงเรื่อยๆ ตัวเลขทั้งห้าเปลี่ยนอย่างไร (สมมติโบรกเกอร์ตั้ง Margin Call ที่ 100% และ Stop Out ที่ 50%)
ทองลงจาก 2,400 ไป 2,312 คือลง 88 USD หรือประมาณ 3.7% ซึ่งทองคำทำได้ในวันเดียวช่วงมีข่าวใหญ่ แค่นั้นกองทัพก็แตกพ่ายแล้ว ทั้งที่เจ้า "ใช้ Margin ไปแค่ 120 จาก 500"
สังเกตว่า Balance ยังเป็น 500 ตลอดจนกว่าจะถูกปิดไม้ นี่คือกับดักที่มือใหม่ชอบมองผิดจอ Balance ไม่ได้บอกความจริง Equity ต่างหากที่บอก
และถ้าเจ้าเปิดแค่ 0.01 lot (1 ออนซ์) Margin จะเหลือ 2,400 ÷ 100 = 24 USD ทองลง 88 USD เจ้าเสียแค่ 88 USD Equity ยังเหลือ 412 USD Margin Level ยังสูงกว่า 1,700% กองทัพยังอยู่ครบ ต่างกันแค่ขนาดไม้เท่านั้นเอง
| ราคาทอง (USD) | กำไรขาดทุนลอยตัว | Balance | Equity | Free Margin | Margin Level |
|---|---|---|---|---|---|
| 2,400 | 0 | 500 | 500 | 380 | 416% |
| 2,380 | −100 | 500 | 400 | 280 | 333% |
| 2,350 | −250 | 500 | 250 | 130 | 208% |
| 2,324 | −380 | 500 | 120 | 0 | 100% — Margin Call 🚨 |
| 2,312 | −440 | 500 | 60 | −60 | 50% — Stop Out 💥 |








ราชโองการ: จงตั้ง Balance 500 USD แล้วลองเปิดไม้ทองคำขนาดต่างกัน 0.01, 0.05 และ 0.10 lot ดูว่าทองต้องลงกี่ดอลลาร์ Margin Level ถึงแตะ 50% เจ้าจะเห็นว่าขนาดไม้คือทุกสิ่ง
| Leverage | คุมเงินได้ | ขาดทุน | % ของพระคลัง | ผล |
|---|---|---|---|---|
| 1:1 | 3,000 บาท | −30 บาท | 1% | เจ็บแต่ยังอยู่ |
| 1:10 | 30,000 บาท | −300 บาท | 10% | เจ็บแต่ยังอยู่ |
| 1:100 | 300,000 บาท | −3,000 บาท | 100% | กองทัพแตกพ่าย 💥 |
| 1:500 | 1,500,000 บาท | −15,000 บาท | 500% | กองทัพแตกพ่าย 💥 |
ลูกร้องตอนตีสอง กับ Margin Level ที่กำลังไหล
น้องหญิงเปิดไม้ทองไว้ตอนสี่ทุ่มก่อนนอน ตีสองลูกร้อง เจ้าลุกไปดูลูก และรู้ว่าจะไม่ได้กลับมาดูจอเป็นชั่วโมง คำถามคือ ควรทำอย่างไร
คำตอบที่ถูกต้องไม่ใช่ "เปิดจอค้างไว้แล้วแอบดูระหว่างกล่อมลูก" แต่คือ ตั้งจุดถอยทัพ (Stop Loss) ไว้ตั้งแต่ตอนเปิดไม้ และเปิดไม้เล็กพอที่ต่อให้ไม่ได้ดูจอทั้งคืน Margin Level ก็ไม่มีวันแตะระดับอันตราย
ถ้าคืนไหนเจ้ารู้ตัวว่าจะดูแลลูกไม่ไหวและยังไม่ได้ตั้ง Stop Loss ปิดไม้ไปเลยดีกว่า กำไรพลาดได้ ลูกพลาดไม่ได้ องค์ชายร้องแล้ว กราฟรอได้ ลูกไม่รอ 😂
ฮองเฮาใช้วิธีตั้ง Alert แจ้งเตือนราคาในแอป และตั้งกฎกับตัวเองว่า ไม้ที่เปิดข้ามคืนต้องมี Stop Loss เสมอ และ Margin ที่ใช้รวมกันทุกไม้ต้องไม่เกิน 10% ของ Equity
Balance 500 USD ไม้ที่เปิดอยู่ขาดทุนลอยตัว −200 USD Margin ที่ใช้ 100 USD Margin Level เท่าไร
ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของเรื่อง Margin คือความเข้าใจผิดว่า Free Margin คือเงินที่ "เหลือให้ใช้" มือใหม่จำนวนมากเห็น Free Margin 380 แล้วเปิดไม้เพิ่มจนเต็ม พอราคาแกว่งนิดเดียว Margin Level ก็ร่วงพร้อมกันทุกไม้
Stop Out ไม่ได้ปิดไม้ที่ราคาที่เจ้าอยากได้ มันปิดที่ราคาตลาดตอนนั้น ซึ่งช่วงข่าวใหญ่ราคาอาจกระโดดข้ามระดับไปไกล ทำให้ขาดทุนมากกว่าที่คำนวณไว้ได้
Demo ไม่เท่ากับ Live ในสนามซ้อม Stop Out เจ็บแค่ใจ ในสนามรบจริงมันคือเงินค่านมลูก ให้ซ้อมจนไม่เคยเห็น Margin Level ต่ำกว่า 300% ในสนามซ้อม ก่อนจะคิดถึงสนามจริง
สรุปคัมภีร์
- Balance = เงินที่ปิดไม้แล้ว Equity = Balance ± กำไรขาดทุนลอยตัว ให้ดู Equity ไม่ใช่ Balance
- Margin = มูลค่าสถานะ ÷ Leverage ทอง 0.05 lot ที่ 2,400 USD กับ 1:100 = 12,000 ÷ 100 = 120 USD
- Free Margin = Equity − Margin คือเบาะรองรับการขาดทุน ไม่ใช่งบเปิดไม้เพิ่ม
- Margin Level = Equity ÷ Margin × 100% ยิ่งสูงยิ่งปลอดภัย
- Margin Call = พระคลังส่งสัญญาณฉุกเฉิน Stop Out = กองทัพแตกพ่าย โบรกปิดไม้ให้เอง
- ขนาดไม้เล็ก + Stop Loss ทุกครั้ง = ไม่มีวันได้ยินสัญญาณฉุกเฉิน
margin level คืออะไร ควรอยู่ที่เท่าไหร่
Margin Level คือ Equity หารด้วย Margin ที่ใช้ คูณ 100 เป็นเปอร์เซ็นต์ บอกว่าพระคลังของเจ้ายังค้ำไม้ที่เปิดอยู่ได้แค่ไหน ยิ่งสูงยิ่งปลอดภัย ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่มือใหม่ควรรักษาให้สูงกว่า 500–1,000% ด้วยการเปิดไม้เล็ก ถ้าต่ำกว่า 200% แปลว่าเปิดใหญ่เกินไปแล้ว
margin call กับ stop out ต่างกันยังไง
Margin Call คือการแจ้งเตือนจากโบรกเกอร์ว่า Margin Level ลดถึงระดับที่กำหนด (มักคือ 100%) เจ้ายังถือไม้เดิมได้แต่เปิดไม้ใหม่ไม่ได้ ส่วน Stop Out คือระดับที่ต่ำกว่านั้น (มักคือ 50% หรือ 20%) โบรกเกอร์จะบังคับปิดไม้ให้อัตโนมัติ เริ่มจากไม้ที่ขาดทุนมากสุด จนกว่า Margin Level จะกลับขึ้นมา ระดับที่แน่นอนต้องดูจากโบรกเกอร์ของตัวเอง
balance กับ equity ต่างกันยังไง ดูตัวไหน
Balance คือเงินในบัญชีที่รวมเฉพาะไม้ที่ปิดไปแล้ว Equity คือ Balance บวกลบกำไรขาดทุนของไม้ที่ยังเปิดอยู่ จึงเป็นมูลค่าจริงของบัญชี ณ ตอนนี้ ให้ดู Equity เสมอ เพราะ Balance จะไม่เปลี่ยนเลยแม้ไม้ที่เปิดอยู่จะขาดทุนหนักจนใกล้ Stop Out
อ่านจบแล้วใช่ไหมน้องหญิง?
กดรับตราประทับ แล้วฮองเฮาจะบันทึกความก้าวหน้าให้
คำศัพท์จากคัมภีร์นี้
คัมภีร์นี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการเรียนรู้